วัดซิกข์ คุรุควารา จังหวัดภูเก็ต

คุรุควาราสมาคมศรีคุรุสิงภ์สภา (วัดซิกข์)  ของจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่เลขที่ 8 ถนนสุทัศน์ ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง

วัดของศาสนาซิกข์จะเรียกว่า คุรุดวารา ซึ่งหมายถึงประตูหรือทางที่ทอดไปสู่พระศาสดา ในคุรุดวาราทุกแห่งพระศาสดาคุรุ ครันธ์ซาฮิบจะถูกอัญเชิญมาประทับฐานในห้องโถงใหญ่ ซึ่งใช้เป็นสถานที่สวดภาวนาและประกอบศาสนากิจประจำวัน

เหตุที่ชาวซิกข์ต้องมีศาสนสถานขึ้นเพื่อประกอบกิจกรรม ทางศาสนานั้นเนื่องจากว่าในสังคมของชาวซิกข์นั้น คำสอนทางศาสนามุ่งเน้นถึงความร่วมมือและการให้ความช่วยเหลือกันภายในชุมชน

ชาวซิกข์สามารถใช้สถานที่ใดๆ ก็ได้เป็นศาสนสถาน แต่บริเวณนั้นต้องสะอาด และมีที่ประดิษฐานพระมหาคัมภีร์ศรีคุรุ ครันธ์ซาฮิบที่สมพระเกียรติ์ซึ่งเป็นพระศาสดานิรันดร์กาลของซิกข์

โดยที่ประดิษฐานพระมหาคัมภีร์จะสร้างเป็นบัลลังก์ หรือยกพื้นสูงกว่าบริเวณที่นั่งชุมนุมเจริญธรรมโดยรอบเหนือแท่นต้องมีผ้าคล้ายฉัตรคาดอยู่เบื้องบน บริเวณใดที่มีพระมหาคัมภีร์ศรีคุรุครันธ์ซาฮิบทรงประทับอยู่ บริเวณนั้นถือได้ว่าเป็นศาสนสถานของชาวซิกข์

บุคคลทุกผู้วัยไม่จำกัดว่ามีวรรณะใด หรือความเชื่อถือใด หรือมีประเพณี หรือสัญชาติใดก็ตาม ต่างก็สามารถเข้าไปสักการะภายในคุรุดวาราได้ โดยก่อนจะเข้าไปภายในอาคารคุรุดวารา ทุกคนจะต้องถอดรองเท้าและคลุมศรีษะของตน (ในกรณีที่ไม่ได้โพกผ้าสวมศรีษะเช่นชาวซิกข์ เพื่อเป็นการแสดงการเคารพ)

ณ ที่นี้ไม่ว่าจะสูงศักดิ์หรือต่ำต้อย มั่งมีหรือยากจน ทุกคนจะรับประทานอาหารชนิดเดียวกัน นั่งร่วมกันเป็นแถวเดียว ครัวนี้ดำเนินการโดยการร่วมใจ เสียสละของชาวซิกข์ด้วยกัน สถาบันครัวประชาคมเสรีนี้เป็นพลังดำเนินการสำคัญที่ได้สร้างความเสมอภาคทาง สังคมระหว่างมวลมนุษย์ชาติอย่างแท้จริง

ข้อแตกต่างอีกประการหนึ่ง ของศาสนสถานของซิกข์กับศาสนสถานของศาสนาอื่นๆ ก็คือ ไม่มีข้อบังคับหรือ ข้อกำหนดใดๆ ที่ว่าศาสนสถานของซิกข์จะต้องออกแบบก่อสร้างตามแบบอย่างของสถาปัตย์ใดโดยเฉพาะ นอกจากนี้ อาคารศาสนสถานคุรุดวารา จะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของขนาด และจะสามารถสร้างหันหน้าไปทิศทางใดก็ได้

เพียงแต่จะมีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับ การก่อสร้างบัลลังก์ที่ประทับของพระศาสดาศรีคุรุครันธ์ซาฮิบเท่านั้น ว่าจะต้องประดิษฐานบนที่ประทับที่อยู่สูงกว่าที่นั่งของศาสนิกชนทั้งปวง และจะต้องมีฉัตรหรือโดมครอบอยู่ด้านบนด้วย

ในศาสนาซิกข์จะไม่มีนักบวช – พระ หรือ นักบุญ แต่ว่าผู้ที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาประจำวัน จะถูกขนานนามว่า “ครันธี่” ศาสนาจารย์ ผู้ที่นำสวดภาวนาเป็นทำนองเพลงจะมีนามว่า “ราฆี้” สังคีตจารย์ และการร้องบทสวดเรียกว่า “กีรตัน” ซึ่งเป็นบทสวดภาวนาสดุดี พระองค์ผู้ประเสริฐ – วาเฮ่คุรุ


View ที่กินที่เที่ยว จังหวัดภูเก็ต in a larger map

Related Post

อมารี ภูเก็ต คว้าสองรางวัลด้านการบริการยอดเยี่ยมจากทริปแอดไวเซอร์

อมารี ภูเก็ต คว้าสองรางวัลด้านการบริการยอดเยี่ยมจากทริปแอดไวเซอร์

สองรางวัลดังกล่าวนับเป็นรางวัลอันทรงคุณค่ายิ่ง เพราะมาจากการตัดสินจากรีวิวและความคิดเห็นต่างๆ ของแขกที่เข้าพัก

Leave a Reply