ลูกเรือสหรัฐกว่า 5 พันคน ยกพลขึ้นบกแล้วตั้งแต่ 22-27 กย.นี้

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2552 เจ้าหน้าที่จากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นำโดย นาวาโท แมทธิว แอซ์ดี ผู้ช่วยทูตทหารเรือ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้นำสื่อมวลชนภูเก็ต เยี่ยมชมเรือ โรนัลด์ รีแกน (USS Ronald Reagan) ระหว่างที่เรือ โรนัลด์ รีแกน แวะจอดเทียบท่าที่ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย โดยเมื่อเวลา 09.45 น.สื่อมวลนชนภูเก็ตได้มารวมตัวพร้อมกันที่ท่าเรือน้ำลึก อ่าวมะขาม เพื่อลงเรือเล็กไปขึ้นเรือโรนัลด์ รีแกน ซึ่งจอดอยู่กลางทะเลห่างจากท่าเรือน้ำลึก ประมาณ 2 ไมล์ทะเล และในโอกาสนี้ พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมลงเรือไปพร้อมกับคณะสื่อมวลชนด้วย

เมื่อคณะสื่อมวลชนได้เดินทางไปขึ้นเรือโรนัลด์ รีแกนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่างคนก็ต่างบันทึกภาพความแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ซึ่งเป็นความแปลกใหม่ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ที่น้อยคนนักจะได้มีโอกาสสัมผัสสิ่งเหล่านี้ หลังจากบันทึกภาพความประทับใจได้ไม่นาน คณะสื่อมวลชนก็ถูกเชิญไปสัมภาษณ์พลเรือตรี Scott Hebner ผู้บัญชาการเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีกลุ่มที่ 7 และนาวาเอก Kenneth “KJ” Norton ผู้บังคับการเรือ โรนัลด์ รีแกน

โดยพลเรือตรี Scott Hebner ได้กล่าวต้อนรับสื่อมวลชนด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง ก่อนตอบคำถามแรกของสื่อมวลชนไปว่า เรือโรนัลด์ รีแกน ลำนี้ ลอยลำอยู่ในทะเล 45 วันก่อนที่จะมาขึ้นฝั่งที่ จ.ภูเก็ต นอกจากนี้ยังมีเรืออีก 2 ลำ ที่แวะมาเทียบท่าที่ จ.ภูเก็ต คือเรือพิฆาต VSS. Howard และเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี VSS. Chacellorsville

พลเรือตรี Scott Hebner  กล่าว ต่ออีกว่า ลูกเรือมีความรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่จะได้ขึ้นมาพักที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเรือสามารถเลือกที่จะไปพักที่ไหนก็ได้ มีหลายแห่งให้เลือก แต่ว่าตนได้รับการร้องขอมาเยอะมากจากลูกเรือ ว่าอยากจะมาพักที่ จ.ภูเก็ต ตนก็เลยตัดสินใจมาเทียบท่าที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งก็นานแล้วเหมือนกันที่ไม่มีเรือสหรัฐมาเทียบท่าที่ จ.ภูเก็ต แล้วการมาครั้งนี้ก็มีลูกเรือมาประมาณ 5 พันคน แต่ถ้ามากันจริงๆ จะมีประมาณ 6,800 คน และในจำนวนลูกเรือ 5,000 คนนี้จะมีการสลับกันออกไปขึ้นฝั่ง ครั้งหนึ่งจะออกไปประมาณ 2,500-2,800 คน

นอกจากนี้ พลเรือตรี Scott Hebner ยังได้กล่าวถึงการควบคุมพฤติกรรมของลูกเรือระหว่างแวะจอดเทียบท่าที่ จ.ภูเก็ต ว่า ทางเรือจะมีการออกกฎเตือนลูกเรือ ถึงสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ก.ย.) มีการเตือนลูกเรืออีกครั้ง ซึ่งเป็นการเตือนออกทีวีภายใน ถึงสิ่งที่ควรปฏิบัติ และไม่ควรปฏิบัติเวลาขึ้นฝั่ง ทุกครั้งที่แวะเทียบท่าก็จะทำอย่างนี้เหมือนกัน โดยเตือนไปว่า ลูกเรือสามารถไปสนุกสนานรื่นเริงได้แต่ว่าอย่ามากเกินขีดจำกัด

อย่างไรก็ตามพลเรือตรี Scott Hebner ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับปัญหาการเจ็ทสกี ด้วยว่า ในเรื่องปัญหาเจ็ทสกี ไม่ได้เป็นข้อกังวลที่ทางเรือมีการหยิบยกพูดเรื่องนี้กันอย่างจริงจังในการ สั่งห้ามลูกเรือ แต่สิ่งที่ทางเรือให้ความสำคัญนั้นอยู่ที่ประเด็นความปลอดภัยทั้งของตัวลูก เรือและของคนอื่นด้วย ซึ่งการที่ลูกเรือจะไปทำอะไร จะต้องไปคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

ด้านนาวา โท แมทธิว แอซ์ดี ผู้ช่วยทูตทหารเรือ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า เรือสหรัฐจะเข้าเทียบท่าที่ประเทศไทยประมาณ 60-70 ลำต่อปี โดย 1 ใน 3 ของเรือทั้งหมดจะแวะมาเทียบท่าที่ จ.ภูเก็ต แต่อย่างไรก็ดีเรือที่มาประเทศไทย สถานที่ที่ลูกเรือใจจดใจจ่ออยากจะพักมากที่สุด จะเป็นที่พัทยา และภูเก็ต และการขึ้นเทียบท่าของเรือสหรัฐครั้งนี้ ซึ่งมีจำนวน 3 ลำ จะทำให้ภูเก็ตมีรายได้ประมาณ 34 ล้านบาทต่อวัน

สำหรับเรือโรนัลด์ รีแกน เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Nimitz ที่ใหญ่ และใหม่ที่สุด และเป็นเรือลำที่ 9 ของเรือชั้น Nimitz นอกจากนี้เรือ โรนัลด์ รีแกน ยังเป็นเรือรบลำแลก ของสหรัฐฯ ที่ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาขณะที่ยังมี ชีวิตอยู่

เรือโรนัลด์ รีแกน มีระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ จำนวน 2 เครื่อง เครื่องจักรหลัก จำนวน 4 เครื่อง ลิฟต์สำหรับอากาศยาน จำนวน 4 ตัว ความยาวตลอดลำ 1,092 ฟุต (322.85 เมตร) ความกว้างดาดฟ้าบิน 257 ฟุต (78.34 เมตร) พื้นที่ดาดฟ้าบิน ประมาณ 4.5 เอเคอร์ ความกว้างกลางลำ 134 ฟุต (40.84 เมตร) ระวางขับน้ำเต็มที่ ประมาณ 100,000 ตัน ความเร็ว 30+ นอต อากาศยานประจำเรือ ประมาณ 85 เครื่อง

อย่างไรก็ดีระหว่างวันที่ 22-27 ก.ย.52 เรือโรนัลด์ รีแกน จะแวะเทียบท่าเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกเรือได้ชื่นชมกับวัฒนธรรมไทยและมิตรไมตรี ของชาวไทย ตลอดจนได้เที่ยวชมทัศนียภาพจังหวัดภูเก็ต และเข้าร่วมกิจกรรมโครงการมวลชนสัมพันธ์ต่างๆ ที่จัดขึ้นเพื่อสร้างมิตรภาพและส่งเสริมไมตรีจิตกับชาวไทย ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 ก.ย.52 ณ ป่าตอง ชายด์แคร์ เซ็นเตอร์,โรงเรียนบ้านกะหลิม,โรงเรียนบ้านไสน้ำเย็น,โรงเรียนบ้านคลองใส ฯลฯ ส่วนรูปแบบกิจกรรม จะเป็นการทาสีโรงเรียน งานก่อสร้าง และทำความสะอาดอาคารเรียน เหล่านี้เป็นต้น

Related Post

Leave a Reply