กะรนจัดงานประเพณีก่อเจดีย์ทราย ในวันสงกรานต์

กะรนจัดงานประเพณีก่อเจดีย์ทราย ในวันสงกรานต์

กะรนจัดงานประเพณีก่อเจดีย์ทราย ในวันสงกรานต์

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 13 เม.ย.57 ณ บริเวณหาดกะตะ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม งานประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายในวันสงกรานต์ ประจำปี 2557 ซึ่งทางสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมหาดกะตะกะรน ร่วมกับเทศบาลตำบลกะรน จัดขึ้น มีนายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรน ฝ่ายบริหารสถานประกอบการธุรกิจโรงแรมหาดกะตะกะรน ตลอดจนพนักงาน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

นายสถาพร วงษ์ไพศาล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมหาดกะตะกะรน กล่าวถึงการจัดงานดังกล่าวว่า เนื่องด้วยสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมหาดกะตะกะรน ร่วมกับเทศบาลตำบลกะรน ได้จัดให้มีการส่งเสริม การอนุรักษ์สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น ในเขตตำบลกะรน และยังเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้แก่นักท่องเที่ยวได้เห็นและเข้าใจลึกซึ้งถึงประเพณีการก่อพระเจดีย์ทราย

จุดประสงค์หลักของการจัดงาน ก็เพื่อเป็นพุทธบูชาระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอขมา และถวายกุศลให้กับเจ้าสมุทรทั้งสี่ พร้อมทั้งพระแม่ธรณี พระแม่คงคา พระเพลิง พระพาย และเจ้าที่เจ้าทาง เจ้าเกาะภูเก็ต ที่เราได้ใช้ประโยชน์และทำความสกปรกให้ท่าน ส่งเสริมให้ชุมชนและครอบครัวมีความรักสามัคคีและร่วมมือกันในท้องถิ่น  และกิจกรรมก่อพระเจดีย์ทรายในบริเวณหาดกะตะนี้ ครั้งนี้ได้จัดเป็นขึ้นเป็นครั้งที่สี่แล้ว

สำหรับความเป็นมาในการสร้างพระเจดีย์ทรายชายหาด โดยสรุปมีว่า พระสมณโคดมพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ ท่องเที่ยวไปสังสารวัฏฏ มีชาติหนึ่งได้อุบัติเกิดเป็นกระทาชาย ยาจก แต่มีจิตศรัทธาอยากสร้างบุญ แต่ไม่มีทรัพย์สินติดตัว มีแค่ผ้าบางหนึ่งผืนติดตัว ครั้งเดินครุ่นคิดมาพบริมน้ำมีทรายขาวสะอาดอยู่ จึงดีใจเป็นอันมาก นำทรายขาวสะอาดนั้นมาสร้างเป็นพระสถูปเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ครั้งเสร็จแล้ว ก็ได้นำผ้าที่มีติดตัวนั้นลงซักจนสะอาด และห่มพระเจดีย์นั้นด้วยความศรัทธา

อย่างไรก็ตามความสำเร็จในการก่อพระเจดีย์ทรายนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความศรัทธาของสมาชิก คือเชื่อมั่นในการงานที่ทำว่ามีประโยชน์ มีความวิริยะอุตสาหะ เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้กำลังมาก และมีขันติ ความอดทนอดกลั้นต่อความร้อนของแสงแดด และความเหนื่อยยาก มีสติ ต้องหมั่นสำรวจความคืบหน้า รายละเอียดของงานที่ทำอยู่ว่าถูกต้องหรือไม่ หากเผลอพลั้งไปจะเป็นการยากในการแก้ไข และกระทบต่อเวลาที่มีจำกัด มีปัญญาในการที่จะทำงานร่วมกันกับผู้อื่น พูดในสิ่งที่ควรพูด ทำในสิ่งที่ควรทำ ลดละเลิกอัตตา ตัวตน ใช้ความอ่อนน้อม ถ่อมตน มีเมตตา มีน้ำใจ ที่จะพาทุกคนไปสู่ความสำเร็จ องค์ประกอบเหล่านี้เมื่อมีมากในชุมชน จะสร้างความสามัคคีให้เกิดสร้างให้เป็นชุมชนคนดี คนมีน้ำใจ คนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่ เป็นชุมชนที่น่าอยู่ น่าอาศัย และยังได้สืบสานรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยดั้งเดิมไว้ให้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานด้วย

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.