สะพานรักสารสิน

ภาพจริงของ ดำ แซ่ตัน (โกดำ) และ กาญจนา แซ่หงอ (กิ๊ว)
ภาพจริงของ ดำ แซ่ตัน (โกดำ) และ กาญจนา แซ่หงอ (กิ๊ว)

…เช้าตรู่ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516  ณ สะพานสารสิน จังหวัดภูเก็ต

ได้เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมจากความรักขึ้นจนโด่งดังไปทั้งประเทศ ผ้าขาวม้าผูกรัดร่างกายอันสิ้นหวังของคู่รักคู่หนึ่งเข้าด้วยกัน

สองร่างกายพุ่งดิ่งลงจากกลางสะพานสู่พื้นน้ำอันสงบนิ่งและเยือกเย็น

ทิ้ง ‘ตำนานสะพานรักสารสิน’ อันเป็นอมตะไว้เป็นตำนานคู่เมืองภูเก็ต ให้ผู้คนกล่าวขานจนถึงปัจจุบัน แม้เวลาจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ตาม…

จุดเริ่มต้นความรักของชายหนุ่มขับรถโพท้อง (รถสองแถว) นามว่า โกดำ แซ่ตัน และหญิงสาวชื่อ กิ๋ว กาญจนา แซ่หงอ ชาวตำบลท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต ก็คงไม่ผิดแผกจากความรักธรรมดาทั่วไป ความสิเน่ห์หาเริ่มผลิบานในสองดวงใจอันบริสุทธิ์ เขาสองคนหลงรักซึ่งกันและกัน แต่อุปสรรคที่สังคมในขณะนั้นยัดเยียดให้พวกเขา คือ ความแตกต่าง โกดำเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำ ส่วนกิ๋วคือนักศึกษาวิทยาลัยครู ผู้พรั่งพร้อมไปด้วยชาติตระกูลและฐานะทางสังคม

ภาพความสดใสของความรักที่มนุษย์คู่หนึ่งพึงมีสิทธิ์ จึงกลายเป็นภาพความมืดมนสิ้นหวัง ในสายตาคนรอบข้างโดยเฉพาะครอบครัวของกิ๋ว พ่อได้พิพากษาความรักของลูกสาวตนกับโกดำผู้ด้อยค่าในทันทีที่ทราบเรื่อง พ่อเลี้ยงกิ๋วแบบเผด็จการไม่ให้อิสระทางความคิด และมุ่งหวังให้ลูกสาวตนได้แต่งงานกับคนฐานะดี มีชาติตระกูล ถึงแม้กิ๋วจะโตจนมีอาชีพเป็นครูแล้ว พ่อก็ยังกีดขวางทุกหนทางเพื่อให้ความรักต้องห้ามในสายตาของเขาสิ้นสุดให้จนได้ โกดำเป็นของแสลงในจิตใจพ่อของกิ๋วอย่างไร้เหตุผลที่จะผ่อนปรนลงได้

ทั้งกิ๋วและโกดำ ย่อมรู้ดีถึงอุปสรรคที่ตนเองจะต้องพานพบหากริเริ่มครองรักด้วยสภาพสังคมในขณะนั้น พวกเขาจึงใช้ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อเป็นบทพิสูจน์ให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นถึงความรักที่มีให้แก่กัน แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่เป็นผล เมื่อผู้เป็นพ่อของฝ่ายหญิงไม่ยอมเปิดใจ หลายครั้งที่กิ๋วถูกบิดากักขังและทุบตีเยี่ยงทาส เพราะแอบลักลอบพบกับโกดำ อีกทั้งพ่อยังไม่ละความพยายามในการยัดเยียดลูกสาวให้กับเศรษฐีมีเงิน

ถึงผู้เป็นพ่อจะแข็งกร้าวต่อหัวใจของลูกสาว แต่ความรักและการพยายามฝ่าฟันอุปสรรคของโกดำและกิ๋ว สามารถชนะใจชาวบ้านท่าฉัตรไชยได้จากการไม่เป็นที่ยอมรับในตอนแรก ชาวบ้านทุกคนทราบดีถึงความรักที่มีอุปสรรคครั้งนี้  หลายคนพยายามเกลี้ยกล่อมพ่อของกิ๋วให้ยอมรับโกดำเป็นลูกเขย แต่ก็ไม่ได้รับการยินยอมไม่ว่าจะด้วยวิถีทางใด

ความรักต่างวรรณะแบบนี้อาจฟังดูเหมือนนิยายน้ำเน่าด้อยราคาที่ผู้คนเย้ยหยัน หากลองเปลี่ยนเรื่องอีรุงตุงนังเช่นนี้ให้บังเกิดในจอตู้หรือบนกระดาษที่มนุษย์ปรุงแต่ง พระเอกอย่างโกดำอาจพากิ๋วนางเอกในดวงใจของเขาหนีตามกันไปให้รู้แล้วรู้รอด หรือไม่โกดำอาจจะดิ้นรนจนกลายเป็นเศรษฐีสมใจพ่อตา แย่ไปกว่านั้นกิ๋วอาจตัดสินใจแต่งงานกับคนรวยทิ้งโกดำให้เกิดรอย ‘แผลเก่า’ ช้ำทรวง แต่โลกแห่งความเป็นจริงมันช่างห่างไกลและไร้ซึ่งความหวัง นอกจากทั้งสองจะถูกลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์แล้ว โชคชะตายังเล่นตลกให้พวกเขาต้องมาพบกัน รักกัน และพลัดพรากจากกัน  ทั้งโกดำและกิ๋วไม่มีแม้เเต่โอกาสที่จะอุทธรณ์โชคชะตาของพวกเขาได้

…ในที่สุดเมื่อหัวใจของคนทั้งสองถูกย่ำยีจนหมดแล้วซึ่งความหวัง ภาพการได้ครองรักเช่นคู่รักธรรมดาทั่วไปเลือนลางไปจากทุกห้วงคำนึงของเขาและเธอ เหลือแต่เพียงลมหายใจอันรวยริน…

ยากจะคาดเดาว่าในช่วงเวลานั้นกิ๋วและโกดำมีความรู้สึกอื่นใดนอกจากความสิ้นหวัง สะพานสารสินตั้งตระหง่านอย่างเดียวดายเพื่อเป็นสักขีพยานให้แก่สองหัวใจที่ระทมโศกเศร้า เขาทั้งสองคนได้เตรียมนำผ้าขาวม้าผูกมัดหัวใจทั้งสองแล้วก้าวย่างขึ้นบนราวสะพาน ตัดสินใจกระโดดลงไปในน้ำเพื่อประสงค์ปลิดชีวิตของพวกเขาเอง การผูกมัดผ้าเข้าด้วยกันอาจสื่อถึงการที่พวกเขาจะได้อยู่คู่กันไม่ต้องพลัดพรากกันอีกต่อไป แม้กระทั่งความตาย เวลาต่อมาก็ได้พบร่างไร้วิญญาณของทั้งสอง สร้างความเสียใจสะท้านความรู้สึกของชาวบ้านท่าฉัตรไชยเสมอมา

เหตุผลที่ตำนาน ‘สะพานรักสารสิน’ ยังคงตราตรึงจิตใจผู้คนมาอย่างยาวนาน แม้จะถูกเล่าสู่ในหลากหลายรูปแบบทั้ง นวนิยาย ละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์ซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็คือคำว่า ‘รักแท้’ ความรักของโกดำและกิ๋ว ปราศจากคำครหาจากคนรอบข้างเฉกเช่นความรักของหนุ่มสาวทั่วไป แม้ตอนจบจะมีเพียงสะพานสารสินเท่านั้นที่เป็นประจักษ์พยานให้กับความรักของพวกเขา แต่วีรกรรมในครั้งนี้ได้ถูกบันทึกไว้และเป็นบทเรียนที่ทุกคนควรศึกษาถึงความหมายของคำว่ารักที่แท้จริง เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว…สิ่งนี้คือ ‘ความสูญเสีย อันเป็นนิรันดร์’

เรื่อง : สิริพงษ์ มุกดา

[field name=googlemap]

Related Post

ลากูน่าภูเก็ตรับ 3 รางวัลเกียรติยศด้าน CSR โดยหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย

ลากูน่าภูเก็ตรับ 3 รางวัลเกียรติยศด้าน CSR โดยหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บมจ. ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล (ลากูน่า ภูเก็ต) ได้รับ 3 รางวัลเกียรติยศด้าน CSR

8 Comments

  • · Edit

    ชอบตอนนี้

    …ความรักต่างวรรณะแบบนี้อาจฟังดูเหมือนนิยายน้ำเน่าด้อยราคาที่ผู้คนเย้ยหยัน หากลองเปลี่ยนเรื่องอีรุงตุงนังเช่นนี้ให้บังเกิดในจอตู้หรือบนกระดาษที่ มนุษย์ปรุงแต่ง พระเอกอย่างโกดำอาจพานางกิ๋วนางเอกในดวงใจของเขาหนีตามกันไปให้รู้แล้วรู้ รอด หรือไม่โกดำอาจจะดิ้นรนจนกลายเป็นเศรษฐีสมใจพ่อตา แย่ไปกว่านั้นกิ๋วอาจตัดสินใจแต่งงานกับคนรวยทิ้งโกดำให้เกิดรอย ‘แผลเก่า’ ช้ำทรวง แต่โลกแห่งความเป็นจริงมันช่างห่างไกลและไร้ซึ่งความหวัง…

    Reply
  • เป็นตำนานเล่าขานผ่านมานมนาน บอกลูกหลานรุ่นหลังฟังให้ดี เรื่องความรักความสุขโสภาโสภี จบลงที่ความโศรกเศร้า ของชายหนุ่มหญิงสาวรักกันมาหลายปี เป็นความรักคงที่และมั่นคง น้องเป็นครูพี่เป็นเพียงคนขับรถจนๆ จะขยันอดทนเพื่อเธอนั้น เหนื่อยเพียงไหนทนและทำเพื่อเธอทุกอย่าง สิ่งใดขวางฉันจะคอยสู้ไป มีความหวังเป็นพลังเพื่อเธอยิ่งใหญ่ จะก้าวไปพร้อมกับเธอผู้เดียว แล้วที่สุดเรื่องราวมรสุมผ่านมา พ่อแม่จ๋าโปรดเห็นใจข้าที รักกันอยู่พรากกันแยกกันช้ำชีวี เกิดเป็นคนชาตินี้มีแต่ซวย น้องโดนเพื่อนทำน้ำตาไหลนองสองแก้ม เหมือนมีดแทงเฉือนกลางใจพี่ เพราะความจนจึงต้องทนแค้นใจเหลือที่ จบแค่นี้ลาทีความระทม และสุดท้ายความเป็นคนก็มาถึงที่สุด แสนรันทดเกิดมาชาตินี้ ผ้าขาวม้ามาห่มอยู่พร้อมใจน้องพี่ ฝากกายพลีใต้สะพานรักสารสิน ย้อนมาสู่ผู้คนในยุคปัจจุบัน คนเรานั้นมีแต่ความหลอกลวง สวมหน้ากากเข้าหาใช้ปัญญาเข้าข่ม รักระทมไม่มีความแน่นอน เป็นคนหนึ่งแต่มีหลายใจ มีความรักมอบให้แก่คนทุกคน ช่วยกันเถิดเพื่อพี่น้องและคนจนๆ ผู้ที่ทุกข์ทนคือความรักที่แน่นอน น้ำยังไหลไปใครเขาก็กล่าวขาน เหมือนเป็นตำนาน บอกลูกหลานถึงความรักที่ผ่านมา ฟ้ามีแสงดาวกุลสารกันมา ความรักและน้ำตา บอกตำนานสะพานรักสารสิน Dสารสิน

    Reply
  • 1 สิงหาคม 2554 วันนี้เปิดสะพานใหม่ แทนสะพานสารสิน เหลือไว้เพียงตำนานรัก

    Reply
  • ผ้าขาวม้าพันผูกพร้อมใจน้องพี่ฝากกายพลีใต้สะพานรักสารสิน…พอฟังเพลงของสิมิลันแล้วได้อ่านประวัติจริงจังแล้วขนลุกเลย ขอบคุณผู้แต่งเพลงและบทความอย่างจริงใจ

    Reply

Leave a Reply