ไหว้พระใหญ่ที่ภูเก็ต

ศรัทธาก่อให้เกิดพลัง พลังที่จะทำเรื่องยิ่งใหญ่ต่างๆ อย่างที่เรารู้ศรัทธานั้นสร้างปาฏิหารย์ให้เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง เช่นเดียวกันกับพระใหญ่ของที่นี่ ที่ภูเก็ต

หากใครขับรถเที่ยวรอบเกาะ ล่องไปทางใต้ บนถนนสายหลัก ผ่านหาดต่างๆ เมื่อแหงนเงยขึ้นมองเบื้องบน คุณอาจได้เห็นพระพุทธรูปอคง์โต ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาสูง กำลังมองต่ำลงมาด้วยใบหน้าเปี่ยมเมตตา เรียกความเย็นชื่น และกระแสสงบให้ไหลรินเข้าสู่หัวใจได้ไม่ยาก

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ได้รับการถวายพระนามจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ว่า “พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี” พร้อมตราตั้งให้เป็นพระพุทธรูปประจำเมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2551 พระพุทธนิ่งมงคลเอกนาคคีรีนี้ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปแบบร่วมสมัย ขนาดหน้าตักกว้าง 25.45 เมตร ความสูง 45 เมตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาว “สุริยกันต” (สุริยกันตะ) จากพม่า น้ำหนักเฉพาะหินอ่อน หยกขาวประมาณ 135 ตัน หรือประมาณ 2,500 ตารางเมตร ประดิษฐาน ณ บนยอดเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

จากความพยายามของลูกชาวบ้านธรรมดาๆ กลุ่มหนึ่งที่มีศรัทธาอย่างมั่นคงในพระพุทธศาสนา มูลนิธิพระพุทธมิ่งมงคลศรัทธา 45 ได้ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2545  โดยมีนายสุพร วนิชกุล เป็นประธานดำเนินการจัดสร้างพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวภูเก็ตนี้

“จุดประสงค์หลัก คือ สร้างพระ รองลงมาคือการนำเงินไปช่วยเหลือการกุศลต่างๆ  มันเป็นโครงการ สร้างพระ สร้างคน เรายังดำเนินโครงการให้พระสงฆ์ วิทยากร ไปบรรยายตามโรงเรียน ตามเรือนจำ ตามองค์กรต่างๆ ให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสได้เข้าใจและเข้าถึงหลักธรรมในอีกทางหนึ่ง” คุณสุพรอธิบาย

ประเพณีการสร้างพระนั้นมีพื้นฐานมาจากความเคารพ ความเชื่อมั่น และความศรัทธาเลื่อมใส ในสัมมาสัมพุทธเจ้าที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ในประเทศไทยเองก็เริ่มมีประเพณีนี้มาตั้งแต่ราวทศวรรษที่ 12-13  พระพุทธรูปที่สร้างขึ้น แม้จะลักษณะแตกต่างกันไปบ้างตามแต่ยุคสมัย แต่ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและมีจุดประสงค์หลักเพื่อสักการบูชา เป็นเครื่องเตือนให้เรานึกถึงพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหาการุณาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมกับยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้น

“คนไทยเรามีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ  และเราก็มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ ” คุณสุพรกล่าว

การจัดสร้างพระพุทธรูปแท้จริงแล้วมีสององค์ นอกจากพระพุทธรูปหยกขาวองค์โตที่สร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงแล้ว ยังมีองค์เล็กสูง 12 เมตร ที่สร้างจากทองเหลืองประมาณ 22 ตัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระราชินี ตามโครงการ “สร้างพระถวายพ่อ หล่อพระถวายแม่” อีกด้วย

“ถือว่าเราได้การตอบรับที่ดีมากจากมวลชน” คุณสุพรเล่าว่า มีพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนและร่วมทำบุญไม่ขาดสาย งานจึงคืบหน้าและสำเร็จได้อย่างงดงามเช่นนี้  “โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เราอยากบอกกับเขาว่า คนไทยนั้นมีวัฒนธรรมประเพณี คนไทยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ เรามีพระเจ้าอยู่หัวเป็นศูนย์รวมจิตใจ เราจึงตอบแทนคุณพระเจ้าแผ่นดินของเราด้วยการสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ถวาย นี่คือความปรารถนาของเรา”

เขานาคเกิดที่ประดิษฐานของพระใหญ่นอกจากจะเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนแล้ว ยังถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของภูเก็ตอีกด้วย ขึ้นไปพิสูจน์ความงามและขอพรพระคุ้มครองได้ โดยขับรถไปตามทางไปวัดฉลอง 1) จากตัวเมือง ถนนเจ้าฟ้านอก เลยวัดฉลอง 800 เมตร เลี้ยวขวาเข้าซอยยอดเสน่ห์ 2) จากวงเวียนห้าแยกฉลอง ถนนเจ้าฟ้านอก ระยะทาง 1 ก.ม. เลี้ยวซ้ายเข้าซอยยอดเสน่ห์ ขับรถขึ้นเขาต่อไปอีกประมาณ 6 กม. ก็ถึงแล้ว

ปล. ไปเช้าหรือเย็นจะได้บรรยากาศดีกว่าตอนเที่ยงแดดร้อนเปรี้ยงๆ นะจ๊ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลนิธิหรือพระใหญ่ ท่านสามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของมูลนิธิพระพุทธมิ่งมงคลศรัทธา 45 ได้ที่: www.mingmongkolphuket.com

ชมรูปเขานาคเกิดและพระใหญ่เพิ่มเติม ที่ picpost.phuketindex.com


View ที่กินที่เที่ยว จังหวัดภูเก็ต in a larger map

Related Post

Leave a Reply