เจนณรงค์ ต.ทักษิณ กำปั้นกตัญญู นักศึกษา ม.ราชภัฏภูเก็ต

เจนณรงค์ ต.ทักษิณ กำปั้นกตัญญู นักศึกษา ม.ราชภัฏภูเก็ต

“เจนณรงค์ ต.ทักษิณ” กำปั้นกตัญญู ยอดมวยไทย 7 สี

เจนณรงค์ ต.ทักษิณ ฝ่ายน้ำเงิน ต้อนคู่ต่อสู้เข้ามุม คลุกวงใน ศอก ศอก เข่า แทงเข่าย้ำที่แผลเดิม เฮ เฮ เฮ! (เสียงเชียร์แฟนมวยข้างสนามดังกึกก้อง) มาครบทุกกระบวนท่าเลยครับ เอ้า! เอ้า! โอ้…โอ้วโฮววว ฝ่ายแดงไม่ไหวแล้วครับ การ์ดตก ช้าลงไปดื้อๆ เซเข้าเชือกแล้วววว หล่นแล้วครับ กรรมการนับ 1 2 3 4 5 6 7 8…ลุกไม่ขึ้นครับ เจนณรงค์ ชนะน็อคคู่ต่อสู้ในยกที่ 3

พิธีกรรายการมวยไทย 7 สี บรรยายอย่างออกอรรถรสช่วงเผด็จศึกคู่ต่อสู้ กรำชัยชนะบนสังเวียนอีกไฟท์หนึ่งของนักมวยไทยยอดกตัญญู “เจนณรงค์ ต.ทักษิณ” ซึ่งในอีกบทบาทคือ นักศึกษาชั้นปีที่ 5 สาขาวิชาพลศึกษา คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต เขาผู้นี้คือยอดมวยดีกรีระดับคู่เอก ที่มีกลุ่มแฟนมวยผู้ชื่นชอบสไตล์มวยเข่า นักบู๊ ร่วมเชียร์ติดขอบสังเวียน และบนหน้าจอโทรทัศน์เป็นจำนวนมาก หนึ่งในแฟนตัวยงของ เจนณรงค์ คือ คุณพ่อ ผู้จุดไฟฝันเรื่องการเป็นนักมวยให้กับเด็กหนุ่มจากเมืองนครศรีธรรมราช เริ่มต้นรู้จักกับสังเวียนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ

“เหตุผลของการเป็นนักมวย เกิดจากแรงปรารถนาของคุณพ่อ ที่ชื่นชอบดูมวยไทยและต้องการผลักดันให้ลูกๆ ต่อยมวย ผมเป็นพี่คนโต และน้องชายอีกสองคนล้วนต่อยมวยกันทุกคน ในช่วงวัยเด็ก ผมได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ดิ้นรนต่อยบนเวทีภูธรในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดอื่นๆ ของภาคใต้ หาเงินช่วยจุนเจือครอบครัว ด้วยฐานะความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างลำบาก การตระเวนชกมวยของเด็กอายุเพียง 10 ขวบ ไม่ใช่ความมุ่งหวังจะเป็นเลิศทางด้านกีฬา แต่เป็นอาชีพเลี้ยงปากท้อง ดังนั้น ผมจึงมีภาระและต้องแบกความรับผิดชอบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาเมื่อลีลาการชกเข้าตาโปรโมเตอร์ ได้มีโอกาสขึ้นชกเวทีใหญ่อย่างลุมพินี ราชดำเนิน ที่กรุงเทพฯ ตอนอายุ 14 ปี ช่วงนั้นทำให้ผมมีโอกาสขึ้นเวทีพบกับคู่ต่อสู้ที่ครบเครื่อง เป็นช่วงจังหวะสำคัญที่พัฒนาให้ผมเก่งกาจขึ้น การเตรียมตัวฝึกซ้อมมวยยากและหนักมากครับ เพราะเป็นกีฬาที่ปะทะการอย่างหนักหน่วง จึงต้องฟิตซ้อมร่างกาย พละกำลัง เทคนิคการออกอาวุธ หมัด เข่า ศอก การเคลื่อนไหวของร่างกาย ยกระดับตนเองอยู่เสมอ ความมุมานะ ต่อมาด้วยการสนับสนุนจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายส่งให้ผมได้รับเกียรติขึ้นชกรายการ มวยไทย 7 สี เมื่อตอนอายุ 17 ปี (เรียนอยู่ ม.5)” มวยปักษ์ใต้ เผยถึงเรื่องราวและความรู้สึก

“เจนณรงค์ ต.ทักษิณ” กำปั้นกตัญญู ยอดมวยไทย 7 สี

กำปั้นเลือดนักสู้ เล่าถึงความภูมิใจในชีวิตต่อไปอีกว่า “ความสำเร็จขั้นต้นของนักมวยไทยทุกคน คือการได้ขึ้นชกรายการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และสิ่งนี้ยิ่งใหญ่สำหรับผมมาก เพราะอยากให้พ่อแม่ พี่น้อง และสมาชิกครอบครัวทุกคนที่ต่างจังหวัดมีโอกาสได้ดูผมชก และเชียร์ผ่านหน้าจอ เป็นพลังใจที่สำคัญมาก หากความเจ็บปวดด้านร่างกาย และความกดดันทางจิตใจทั้งในและนอกสังเวียนที่ผมต้องเผชิญมาหลายปี เมื่อแลกกับการขึ้นมายืนอยู่บนสังเวียนมวยไทย 7 สี นับว่าคุ้มค่ามากแล้วครับ ผลการต่อย จะแพ้ หรือชนะ เป็นเรื่องของกีฬา ผมภูมิใจในตัวเอง ที่มาได้ไกลถึงเพียงนี้ ช่วยให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่งเสียน้องเรียน แม้ต้นทุนชีวิตของผมจะต่ำในตอนแรก แต่ผมสามารถพาตัวเองมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ ก็เพราะหัวใจที่เข็มแข็ง และรู้ว่าเป้าหมายที่ทำไปเพื่อประโยชน์อะไร รวมถึงดีใจที่มีส่วนสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย ผู้มีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะและดูแลสนับสนุนเป็นอย่างดีเสมอมา”

ปัจจุบัน เจนณรงค์ ได้ออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ที่โรงเรียน อบจ.นาบอน จ.ภูเก็ต ในฐานะครูพลศึกษา เส้นทางที่เขาได้เลือกควบคู่กับการต่อยมวยอาชีพ (สถิติการชกเกือบ 90 ไฟท์) และเป็นนักกีฬาของสโมสรกองทัพบก อีกด้วย แม้ว่าจะต้องฝึกซ้อม เดินทางไปต่อยที่ต่างจังหวัด กลับมาเข้าเรียน กระทั่งต้องอ่านหนังสือสอบ แต่เจนณรงค์ ก็ทำได้จนไกล้จะถึงฝั่งฝันสำเร็จระดับปริญญาตรี เนื่องจากเขาคิดว่าอาชีพนักมวยไทย ไม่ค่อยมั่นคง และเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว ดังนั้นการบรรจุเป็นครูสอนพละ คือ เป้าหมายของชีวิตในลำดับถัดไป โดยอาจจะวางแผนเลิกชกมวยในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ อีกทั้งเมื่อว่างจากคิวชก เขาได้เป็นครูสอนมวยไทยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ค่ายมวยเอกชน เพื่อถ่ายทอดศาสตร์อันเป็นที่รักให้กับผู้สนใจ

เรื่องราวของ เจนณรงค์ หนูด้วย (ต.ทักษิณ) ถือเป็นแบบอย่างของนักศึกษายอดนักสู้ที่สามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างดีเยี่ยมในทุกด้านของชีวิต ด้วยวินัย ความตั้งใจจริง และความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เขาจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางที่เลือกเดินต่อไป ไม่ว่าจะเป็นบนสังเวียน ห้องเรียน หรือค่ายมวย

Related Post

สองคนเหล็กต่างชาติคว้าชัยชนะในการแข่งขันลากูน่าภูเก็ตไตรกีฬา ครั้งที่ 27

สองคนเหล็กต่างชาติคว้าชัยชนะในการแข่งขันลากูน่าภูเก็ตไตรกีฬา ครั้งที่ 27

(22 พฤศจิกายน) คริสตอฟ ฮาดาซ ชาวโปแลนด์ และ อิงเก้ พราเซ็ทโย ชาวอินโดนีเซีย จูงมือคว้าแชมป์คนเหล็กฝ่ายชายและฝ่ายหญิงในรายการลากูน่าภูเก็ตไตรกีฬาในปีที่ 27

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.