เที่ยว “สะพานหิน” หัวใจใหม่

เที่ยว “สะพานหิน” หัวใจใหม่

เที่ยว “สะพานหิน” หัวใจใหม่ก่อนอื่นต้องขออนุญาตหยิบยืมคำว่า “หัวใจใหม่” ซึ่งมาจากสโลกแกนสุดเก๋ “เที่ยวไทยหัวใจใหม่” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ที่ได้พยายามใช้คำนี้ ในการกระตุ้นเตือน พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อพลิกโฉมจิตสำนึก และการกระทำ ระหว่างนักท่องเที่ยว กับสถานที่ท่องเที่ยว อันมีสาระสำคัญสรุปเข้าใจง่ายๆ ว่า

“อย่าเพียงแต่มาตักตวงความสุขและทำร้ายสถานที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องร่วมกันให้ความรักและช่วยกันดูแลสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ด้วย เพื่อที่ลูกหลานของคุณ จะได้มาเที่ยวกันอีกตราบนานเท่านาน”

เมื่อได้ตีความหมายในแคมเปญรณรงค์การท่องเที่ยวที่ว่านี้ ทำให้ผู้เขียนอยากจะนำมาผูกโยงกับ “สะพานหิน” ปลายแหลมที่มากด้วยมนต์เสน่ห์ ของเกาะภูเก็ต ซึ่งผู้เขียนขอยกให้เป็นสถานที่ซึ่งมีความสำคัญกับวิถีชิวิตของ “คนไทยที่อาศัยในจังหวัดภูเก็ต” มากที่สุด

ที่ต้องขอกล่าวเช่นนี้เพราะว่าพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมนุษย์เดินดินทุกๆ คน ต้องยอมศิโรราบในความงดงาม ไม่ว่าจะเป็น ราไวย์, แหลมพรหมเทพ, ในหาน, ป่าตอง, ไม้ขาว, กะตะ, กะรน ฯลฯ ล้วนโดนสัมปทานผูกขาด จากผู้รุกรานชาวต่างชาติ ซึ่งกำลังขับเคลื่อนพลังอำนาจและเงินตราอย่างหนักหน่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สิทธิในการท่องเที่ยวของเราถูกลิดรอนไปตามสภาพการณ์

เที่ยว “สะพานหิน” หัวใจใหม่

เที่ยว “สะพานหิน” หัวใจใหม่

ด้วยเหตุผลนี้ “สะพานหิน” จึงยังคงเป็นพื้นที่ล้ำค่า ที่พวกเราทุกคนพึงมีสิทธิที่จะท่องเที่ยวได้อย่างสง่าผ่าเผย และเสพสุขได้อย่างสบายใจ ยกตัวอย่างเช่น…

.ใครๆ ก็สามารถพึ่งพาเงาไม้ของทิวต้นสนอันร่มรื่น ในยามที่แสงแดดแผดเผา
..บ้างก็นำเสื่อมาปู เพื่อพาครอบครัวมาปิกนิกริมทะเล
…เมื่อใดที่คุณหิว ที่นี่มีอาหารนานาชนิดไว้บริการ
….เวลาที่คุณล้าทั้งกายและใจ ขอเพียงแค่มานั่งสูดอากาศ มองดาวและวิวทะเล
…..หากคุณใส่ใจในสุขภาพ ที่แห่งนี้ก็มีพื้นที่ และกิจกรรมกีฬามากเพียงพอ
……สำหรับเจ้าตัวเล็ก ที่นี่มีสนามเด็กเล่น และหอย*ตัวใหญ่ให้ลื่นสไลด์
…….งานเทศกาล วันพิเศษ หรือมหรสพ ถูกจัดขึ้นผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ณ เวทีกลางสะพานหิน เชื้อเชิญให้มาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แบบไม่รู้เบื่อ

(*หมายเหตุ อนุสาวรีย์เปลือกหอย คือ อุปกรณ์ตักแร่ในทะเล ตั้งแต่สมัยในอดีตที่อุตสาหกรรมแร่ดีบุกเฟื่องฟู)

อนึ่งผู้เขียนเป็นชาวภูเก็ตโดยกำเนิด และรู้สึกผูกพันกับสะพานหินอย่างลึกซึ้ง พร้อมกับได้เฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงทั้งทางที่ดีและไม่ดี มายาวนานหลายปี…

ตั้งแต่ครั้งที่ประชากรแฝงในภูเก็ตยังน้อยนิด สะพานหินก็ดูจะเงียบเหงา ร้างความนิยม

ต่อมาสะพานหินถูกปักธงให้เป็นถิ่นนักเลง และสนามรถซิ่ง ทำให้ยามราตรีใครๆ ก็ขยาดไม่อยากมาสะพานหิน

เรื่อยมา ราชการก็ได้ปล่อยปละละเลยสะพานหิน ความเสื่อมโทรม สกปรก มาเยือน คนก็หนีไปตากแอร์ที่ห้างสรรพสินค้าซึ่งผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดแทน

… สำหรับตอนนี้สะพานหินกลับมาถึงจุดสูงสุดอีกครั้ง ทั้งระบบสาธารณูปโภค ความสวยงามของสถานที่ และการโหมกระหน่ำจัดกิจกรรมรื่นเริง จึงไม่แปลกที่ถนนทุกสาย และผู้คนทั้งยากดีมีจนทุกระดับ ได้มุ่งตรงมายังปลายแหลมแห่งนี้อีกครั้ง และก็เป็นจำนวนมหาศาลเสียด้วย ผู้เขียนจึงอยากจะแลกปลี่ยนความคิดเห็น และแสดงทัศนะส่วนตัวให้ผู้อ่านได้รับรู้ว่า…

พื้นที่สะพานหิน จะยืนหยัดได้อย่างยั่งยืนก็ขึ้นอยู่กับ การประเมินค่าของทุกๆคน หากคุณคิดเพียงว่าที่แห่งนี้ คือ ผืนดินสาธารณะ ใครๆ จะมาจะไปก็ย่อมได้ แค่เพียงสุขสมใจก็กลับไป ทิ้งความสกปรก และความเสียหาย ไว้ให้ผู้อื่นต้องรับผิดชอบ เพราะความงดงามและปริมาณทรัพยากรล้วนมีข้อจำกัด สักวันหนึ่งสะพานหิน ก็คงมีความหมายไม่ต่างจากขยะที่รอวันเตรียมลงเตาเผา

แต่ทว่าหากคุณ เที่ยวสะพานหินแบบ “หัวใจใหม่” และประเมินค่าว่าที่แห่งนี้เปรียบเสมือนคนรัก เพื่อนสนิท หรือสมบัติที่ควรหวงแหน แน่นอนว่าคุณก็จะต้องทะนุถนอม และรักษาให้ธรรมชาติและสถานที่ต่างๆ ยังคงสวยงาม เผื่อจะได้คบหากันไปนานๆ ไม่ต้องเลิกราลืมเลือนกันไป เพราะสำหรับผู้เขียน หากทว่าไม่มีสะพานหินแล้ว ภูเก็ตก็คงจะเป็นเพียงแค่สวรรค์บนดินสำหรับชาวต่างชาติ แต่สำหรับคนไทยแล้ว ไข่มุกอันดามันเม็ดนี้คงมีตำหนิและไม่เลอค่าสำหรับพวกเราอย่างแท้จริง

หากไม่เชื่อตอนเย็นๆ ของวันทำงาน หรือสุดสัปดาห์ ลองเดินทางไปที่สะพานหิน คุณก็จะพบเห็นกับภาพความสุขแทบทุกกระเบียดนิ้วบนพื้นที่ล้ำค่าแห่งนั้น สำหรับผู้เขียนมันไม่สามารถประเมินค่ากับอะไรได้เลย สุดท้ายก็หวังเพียงว่า คุณจะตกหลุมรักสะพานหินเหมือนกับผู้เขียน แค่นี้ก็พอใจแล้ว

เที่ยว “สะพานหิน” หัวใจใหม่

เที่ยว “สะพานหิน” หัวใจใหม่

เที่ยว “สะพานหิน” หัวใจใหม่

เที่ยว “สะพานหิน” หัวใจใหม่

ของแถมท้ายบทความ เผื่อคุณอยากรู้ประวัติความเป็นมาของสะพานหิน

ที่มา : Thai Wikipedia

สะพานหินในอดีต
ภาพอนุเสาวรีย์หลัก 60 ปีเมื่อแรกสร้าง (สุดผืนดินปลายแหลมสะพานหิน)

เดิมที บริเวณสะพานหินเป็นท่าเรือสำคัญที่เรือขนส่งสินค้า และเรือโดยสารใช้เป็นจุดเทียบท่า ถือเป็นท่าเรือใหญ่ของการเดินทางในเขตทะเลอันดามัน เชื่อกันว่าท่าเรือสะพานหินยังเป็นท่าเทียบเรือที่ตัวแทนชาวภูเก็ตซึ่งเดินทางกลับจากประเทศจีนนำควันธูป (เหี่ยวเอี้ยน) มาเพื่อประกอบพิธีกินผัก จนกลายเป็นประเพณีสำคัญของชาวภูเก็ตในปัจจุบัน ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสะพานหิน ยังเป็นบริเวณที่เรือขุดแร่ลำแรกของโลกทำการขุดแร่ดีบุกจากอ่าวทุ่งคาซึ่งเป็นทะเลบริเวณสะพานหินขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกด้วย โดยผู้นำเรือขุดแร่ดังกล่าวเข้ามาขุดแร่ คือ กัปตันเอ็ดเวิร์ด โธมัส ไมลส์ ชาวออสเตรเลีย เมื่อ พ.ศ. 2452 ซึ่งภายหลังก็ส่งผลให้มีการสร้างเรือขุดแร่ขึ้นใช้งานอย่างแพร่หลายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จนกระทั่ง พ.ศ. 2511 อธิบดีกรมมีความคิดที่จะให้มีสิ่งปลูกสร้าง เพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงการขุดแร่ด้วยเรือขุดแร่ลำแรกของโลก จึงได้เปิดให้มีการประกวดออกแบบจนสิ้นปี พ.ศ. 2511 มีผู้ประกวดออกแบบทั้งสิ้น 6 ราย ทางคณะกรรมการพิจารณาเลือกแบบของนายชวลิต หัสพงษ์ มาดำเนินการก่อสร้างอนุสาวรีย์ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก บริษัททุ่งคาฮาเบอร์ทินเดร็ดยิ่งเบอร์ฮัด (อังกฤษ: Tongkah Harbour Tin Dredging Co. Ltd) ที่ตั้งของอนุสาวรีย์ดังกล่าวอยู่บริเวณริมหาดปลายแหลมของสะพานหิน ณ ขณะนั้น

ภายหลังมีการถมทะเลบริเวณสะพานหินเพิ่มพื้นที่สาธารณประโยชน์ โดยใช้วัสดุส่วนหนึ่งเป็นดินโคลนที่ลอกจากคลองก่อจ๊าน ซึ่งเป็นคลองที่ขุดลอกเพื่อใช้ประโยชน์เป็นที่จอดเรือประมงขนาดเล็ก ดำเนินการขุดโดยกัปตันเอ็ดเวิร์ด โธมัส ไมลส์ วัสดุอีกส่วนเป็นขยะและซากจากการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พื้นที่ส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ได้รับการปรับปรุงใช้เป็นสนามกีฬากลางและศูนย์อำนวยความสะดวกต่างๆ ของเทศบาลนครภูเก็ตส่วนหนึ่ง ใช้เป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชนใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจอีกส่วนหนึ่ง

Related Post

ผู้ว่าฯภูเก็ต พร้อมนักวิ่ง 4000 คน ร่วมงานวิ่ง “วิ่งสนุกอนุรักษ์เต่าทะเลและฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 15”

ผู้ว่าฯภูเก็ต พร้อมนักวิ่ง 4000 คน ร่วมงานวิ่ง “วิ่งสนุกอนุรักษ์เต่าทะเลและฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 15”

มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเล หาดไม้ขาว ร่วมมือกับทางโรงแรม เจดับเบิ้ลยู แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา