สเตียรอยด์ (Steroid) ประโยชน์และโทษที่คุณควรรู้

สารสเตียรอยด์ เป็นสารที่ถูกกล่าวอ้างถึงในแวดวงสุขภาพและการแพทย์บ่อยครั้ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นการนำเสนอข้อมูลในด้านโทษของสารตัวนี้ แต่ข้อเท็จจริงนั้น สเตียรอยด์มีประโยชน์อีกมากมายที่ท่านอาจยังไม่ทราบ

สเตียรอยด์ เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างมาจากต่อมหมวกไตชั้นนอก (Adrenal cortex steroids) สำหรับสเตียรอยด์ที่ใช้ในทางการแพทย์นั้น เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาโรค รวมถึงใช้ทดแทนในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนดังกล่าวได้ สเตียรอยด์ที่ถูกสร้างขึ้นมีหลักๆ 2 ชนิด คือ Cortisol และ Aldosterone ยากลุ่มสเตียรอยด์ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์นี้ กฎหมายกำหนดให้เป็นยาควบคุมพิเศษ เนื่องจากมีความเป็นพิษสูง และต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายเท่านั้น สำหรับสเตียรอยด์ หากนำมาใช้อย่างถูกตามหลักวิชาการจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก สเตียรอยด์ที่นำมาใช้ทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ในการรักษา

ยากลุ่มสเตียรอยด์
Hydrocortisone     Prednisolone      Triamcinolone
Fluocinolone         Betamethasone  Clobetasol
Desoximetasone   Prednicarbate     Mometasone
Beclomethasone   Budesonide        Dexamethasone

ถ้าสังเกตจากชื่อยาจะเห็นว่า มักลงท้ายด้วย -one หรือ -ol เสมอ ยกเว้นบางตัว ดังนั้นจึงพอใช้เป็นข้อสังเกตว่ายาตัวไหนเป็นสเตียรอยด์หรือไม่

ประโยชน์

  • ทดแทนภาวะขาดฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
  • ข้ออักเสบ เฉพาะที่รุนแรง ควบคุมไม่ได้ด้วยยามาตรฐาน โดยให้ยาด้วยวิธีรับประทาน หรือ ฉีดเข้าข้อโดยตรง
  • หัวใจอักเสบรูมาติกโรคไต บางชนิด เช่น Glomerulonephritis, Nephrotic syndrome ,etc.
  • โรคเกี่ยวกับคอลลาเจนบางชนิด เช่น Polymyositis, Polyarteritis nodusa, systemic lupus erythematosus (SLE)
  • โรคภูมิแพ้ ที่รุนแรง ควบคุมด้วยยามาตรฐานแล้วไม่ได้ผล เช่น หอบ หืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยส่วนใหญ่ใช้ในรูปการพ่น สเปรย์ แต่ในรายรุนแรงก็จะให้กิน หรือฉีด
  • โรคตา ในรูปหยอด หรือป้ายตา เช่น โรคเส้นประสาทตาอักเสบ
  • โรคผิวหนัง ให้ในรูปยาทาเฉพาะที่ ได้แก่ โรคภูมิแพ้ในรูปแบบต่างๆ
  • โรคทางเดินอาหารบางชนิด ที่ไม่ใช่โรคแผลในกระเพาะอาหาร ได้แก่ Ulcerative colitis , Crohn’s disease
  • โรคตับบางชนิด เช่น Subacute Hepatic Necrosis, Chronic active Hepatitis, ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ และตับแข็งในสตรีที่ไม่ดื่มสุรา
  • โรคมะเร็ง ในโรค Lymphoblastic Leukemia มะเร็งเต้านม
  • ป้องกันอาเจียนในผู้ที่ได้รับยาต้านมะเร็ง
  • ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง
  • โรคโลหิตจางบางชนิด ได้แก่ Immunohemolytic anemia
  • การปลูกถ่ายอวัยวะ เพื่อให้เกิดการยอมรับอวัยวะผู้อื่นดีขึ้น

โทษ

  • ยามีฤทธิ์กดการทำงานของต่อมหมวกไต ห้ามหยุดยาอย่างทันที หลังจากใช้เป็นระยะเวลานาน
  • เกิดลักษณะของผู้ที่ได้รับยาสเตียรอยด์นานๆ ที่เรียกว่า Cushing’s Syndrome คือ มีอาการบวม ท้องลาย สิว ผิวเข้มขึ้น ความดันโลหิตสูง อ่อนแรง เพลีย ขนขึ้นตามตัว ฯลฯ
  • ติดเชื้อง่ายขึ้น เพราะยากดระบบภูมิคุ้มกันที่คอยต่อต้านเชื้อโรค
  • กดการเจริญเติบโตในเด็ก
  • เกิดความดันโลหิตสูง ระดับโปแตสเซียมในเลือดต่ำ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผิวหนังบางลีบ
  • เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ภาวะกระดูกพรุน
  • ความดันในลูกตาเพิ่มทำให้เป็นต้อหิน
  • เลนส์กระจกตาขุ่น เกิดต้อกระจก
  • ภาวะไขมันในเลือดสูง
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
  • อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงง่าย
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ทางเดินอาหารระคายเคือง เกิดแผลในกระเพาะอาหาร
  • เกิดเชื้อราในช่องปากง่ายขึ้น
  • ถ้าใช้ยามานาน แล้วหยุดยาทันทีเกิดอาการถอนยา ทำให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนล้า ปวดศรีษะ มีไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ น้ำหนักตัวลดลง ความดันโลหิตต่ำ
  • รบกวนผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ เช่น กดผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง
  • อื่นๆ ได้แก่ แผลหายช้า เกิดห้อเลือด ฟกช้ำง่าย มีไขมันสะสมมากที่ตับ ตับอ่อนอักเสบ มีขนขึ้นมาก ประจำเดือนผิดปกติ หรืออาจไม่มีประจำเดือน ลดความรู้สึกทางเพศในผู้ชาย

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.