สื่อมวลชนลงพื้นที่เสริมสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้

สื่อมวลชนลงพื้นที่เสริมสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 07.00 น. คณะสื่อมวลชนจากสปข.2 สปข.4และสปข.5 กว่า 60 คนเดินทางไปยัง วัดพระธาตุภูเขาทอง หมู่ 2 ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน ซึ่งเป็นจุดชมวิวทะเลหมอก ของจังหวัดนราธิวาสเป็นจุดพิชิตปลายด้ามขวานทองของประเทศไทยโดยคณะสื่อมวลชนได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 3 รูป

สำหรับวัดพระธาตุภูเขาทอง เป็นวัดที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอสุคิรินจังหวัดนราธิวาส ปัจจุบันการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาสได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดนราธิวาส เป็นจุดจัดกิจกรรมนันทการ กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นพื้นที่ให้ประชาชนในชุมชนได้ทำประโยชน์ร่วมกันเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

และเวลา 09.45 น.คณะได้เดินทางต่อไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโต๊ะโมะ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เพื่อมอบทุนการศึกษาและสิ่งของให้กับเยาวชนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้าน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นมีเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับคณะเป็นอย่างดี

จากนั้นคณะสื่อมวลชนได้เดินทาง เข้าไป ในเขตป่าฮาลา-บาลาเพื่อ ศึกษาธรรมชาติ สิ่งแรกที่จะได้พบคือ เนินพิศวง ที่มีความพิเศษแตกต่างจากสถานที่อื่น ๆ คือมองด้วยสายตาเปล่าจะพบว่าบริเวณดังกล่าวน่าจะเป็นทางลาดชันแต่เมื่อนำสิ่งของไปวางสิ่งของจะไหลลงไปในทิศทางตรงกันข้ามซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมหัศจรรย์ของเนินพิศวงแห่งนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสก็จะรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ห่างจากเนินพิศวงเดินเข้าไปในเขตป่าฮาลาบาลาประมาณ 200 เมตรจะได้พบกับ ต้นกระพงยักษ์ต้นไม้ใหญ่ขนาด 27 คนโอบ ต้นกระพงดังกล่าว มีอายุมากอีกต้นหนึ่งของอำเภอสุคิริน ถือเป็นมรดกทางธรรมชาติที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า ฮาลาบาลาได้เป็นอย่างดี

เวลา 11.00 น. สื่อมวลชนได้เดินทางต่อไปยังศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ในอดีตได้มีชาวอังกฤษกลุ่มหนึ่งได้สัมปทานเหมืองแร่โดยว่าจ้างให้กัปตันคิวเป็นหัวหน้างาน กัปตันคิวมีความเลื่อมใสศรัทธาในองค์เจ้าแม่เป็นอย่างมากดังนั้นก่อนที่จะมีการสำรวจขุดเหมืองแร่จะประทับร่างทรงเจ้าแม่ก่อนทุกครั้ง และเมื่อมีคนงานหรือชาวบ้านเจ็บป่วยก็จะมีการประทับร่างทรงเพื่อบำบัดรักษาจนหาย และครั้งหนึ่งเจ้าแม่ในร่างทรงบอกว่าบริเวณที่สำรวจห้ามขุดแต่คนงานไม่เชื่อจนทำให้คนงานถูกดินถล่มทับตายเป็นจำนวนหลายร้อยคน จากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ทองคำจึงเลื่อมใสศรัทธาได้มอบหมายให้กัปตันคิวไปเมืองจีนเพื่ออัญเชิญองค์จำลองของเจ้าแม่มาบูชาที่เขาโต๊ะโมะและสร้างศาลให้ประทับจากความอัศจรรย์ของเจ้าแม่ที่สามารถชี้แนะจนขุดพบแร่ทองคำทำให้เลื่องลือไม่รู้จบและได้ขนานนามเจ้าแม่ว่าเจ้าแม่โต๊ะโมะจนถึงปัจจุบัน

ศาลเจ้าโต๊ะโมะแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจากทุกสารทิศของประเทศไทยและประเทศมาเลเซียนิยมมาท่องเที่ยวและกราบไหว้สักการะบูชา ทุกๆปีจะมีการจัดงานสมโภชศาลเจ้าแม่ขึ้นเป็นประจำเนื่องจากอำเภอสุคิรินเป็นสถานที่เดิมที่ได้มีการก่อตั้งศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ

ในเวลา 11.30 น. คณะสื่อมวลชนได้เดินทางไปที่ เหมืองแร่ทองคำโต๊ะโมะโดยมีนายปรีชา สะมะแอ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชน จังหวัดนราธิวาส ให้การต้อนรับเหมืองแร่ทองคำโต๊ะโมะ ซึ่งเป็นเหมืองแร่ทองคำที่สร้างก่อนปี พ.ศ 2434 โดยมีชาวฝรั่งเศสได้รับสัมปทานการทำเหมืองแร่ทองคำที่ภูเขาโต๊ะโมะเดิมเรียกว่าภูเขาลีซอต่อมารัฐบาลไทยเข้าไปดำเนินการหลังจากเกิดสงครามอินโดจีนและปัจจุบันได้เลิกดำเนินกิจการแล้วแต่ยังคงเหลือสิ่งก่อสร้างเช่นบ้านพัก,ที่ทำการเดิม,อุโมงค์ 4 โมงหลักและอุโมงค์ย่อยอีกเป็นจำนวนมาก

ขณะนี้ได้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวดัดแปลงเป็นที่รองรับนักท่องเที่ยวที่สามารถมาพักค้างคืนได้ประมาณคืนละ 25 – 30 คนซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถชมการร่อนทองแบบพื้นเมืองและมีการสาธิตการร่อนทองสามารถเห็นแร่ทองคำได้จริง
ในปัจจุบันประชาชนในอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส จะใช้เวลาว่าง มาร่อนทองหารายได้ให้แก่ครอบครัวซึ่งสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ นับเป็นวิถีชีวิตที่หาดูได้ยากจุดเด่นของประชาชนในอำเภอสุคิรินมีประชากรนับถือศาสนาถึง 4 ศาสนาแต่ชาวบ้านในอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาสก็ยังใช้ชีวิตอยู่รวมกันได้มิได้แบ่งแยกศาสนากันเพราะพวกเขาเหล่านี้คือ”คนสุคิริน”

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.