จังซีลอน ปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี ชูดีไซน์คอนเซ็ปต์ โอเอซิส ป่าตอง

จังซีลอน ปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี ชูดีไซน์คอนเซ็ปต์ โอเอซิส ป่าตอง

ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เตรียมปรับโฉมใหม่เต็มรูปแบบทั้งศูนย์การค้าฯ ในปี 2565 – 2566 เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นโอเอซิสของป่าตอง จังหวัดภูเก็ต พร้อมเปิดพื้นที่ขายให้กับบรรดาร้านค้าที่สนใจพื้นที่ เพื่อสร้างประสบการณ์อันหลากหลาย เติมเต็มความสุข ความสะดวกสบายให้ครบครันของ “Shopping Paradise” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักช้อป นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปในยุค New Normal ให้เข้าถึงทุกความต้องการจบครบในที่เดียว พร้อมเปิดให้บริการเฟสแรก ไตรมาส 4 ปี 2565 นี้

นายประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต กล่าวว่า ศูนย์การค้าจังซีลอน ได้ดำเนินกิจการเข้าปีที่15 แล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางศูนย์การค้าได้มีการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ให้ทันสมัย มีร้านค้าและบริการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของนักช้อป นักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่องกว่า 17 ล้านคนต่อปี และในปีนี้ทางบริษัทฯ ได้เตรียมแผนงานปรับปรุงครั้งใหญ่ทั่วทั้งศูนย์การค้า บนพื้นที่ทั้งหมดกว่า 55 ไร่ หรือประมาณ 200,000 ตร.ม. โดยได้แบ่งการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ออกเป็น 2 เฟส ซึ่งในเฟสแรกจะเริ่มปลายเดือนมีนาคมนี้ ที่บริเวณชั้น 1 และชั้นใต้ดิน ทั้งหมด โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ และจะเสร็จสมบูรณ์เต็มรูปแบบทั้งศูนย์การค้าในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566

นายประวิช ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการปรับปรุงใหญ่ครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นับตั้งแต่ศูนย์การค้าจังซีลอนเปิดให้บริการในปี 2549 ภายใต้แนวคิดใหม่ “The Oasis of Shopping in Patong” เปิดประสบการณ์ใหม่ของการช้อปปิ้งท่ามกลางธรรมชาติใจกลางป่าตอง ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย สดชื่น ร่มรื่นไปด้วยความเขียวขจีของเงาไม้ สวนสวย และสระน้ำพุขนาดใหญ่ ที่อยู่ภายในศูนย์การค้า ผสานความเป็นธรรมชาติเข้ากับงานสถาปัตยกรรมได้อย่างกลมกลืนและลงตัว ในรูปแบบของ “Tropical Resort Mall” เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งความสวยงามของการตกแต่งจะแตกต่างกันไปทั้ง 4 โซน ได้แก่ The Jungle, The Bay, The Botanica และThe Garden พร้อมเติมเต็มทุกสุนทรียภาพของการช้อปปิ้งอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยร้านค้าและบริการใหม่ๆ ทั้งกลุ่มร้านแฟชั่น ร้านอาหารสำหรับครอบครัว และจุดสำหรับแฮงเอาท์เพื่อพบปะสังสรรค์ พร้อมชู “New Attractions” เพิ่มสีสันความสนุกในวันพักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยวและทุกคนในครอบครัว อาทิ

“LOVE EAT” โซนร้านอาหารใหม่ ที่ตกแต่งในรูปแบบของ Court House ผสมผสานความเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว บนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. พร้อมเปิดประสบการณ์พิเศษสุดกับ “Digital Delicious” สถานที่ที่โลกแห่งความจริงและโลกเสมือนมาบรรจบกัน แห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด EAT & PLAY เสิร์ฟประสบการณ์ดิจิทัลในมื้ออาหารสุดล้ำ ที่ผสานศาสตร์แห่งการปรุงอาหารระดับ Fine Dining เข้ากับศิลป์แห่งเทคโนโลยีเหนือจินตนาการด้วยเทคนิคการนำข้อมูลสารสนเทศจากโลกจริงและโลกเสมือนมาผสมกันผ่าน Sensory Experience สู่ผลงานระดับสากลในทุกมิติ

“Digital Amusement” โชว์ดิจิทัล อินเตอร์แอ็กทีฟแห่งแรกในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่าน Mixed Reality เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง สัมผัสกับความสนุก ตื่นเต้น ในโลกดิจิทัลอาร์ตที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่จัดแสดง อาทิ โซน Culture ที่นำเสนอประเพณี วัฒนธรรม และศิลปะของประเทศไทย ในรูปแบบการแสดงแสงสีดิจิทัลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ นอกจากนั้นยังมีโซน Art, Fashion, Adventure, Games เป็นต้น

“Tourist Service Center” จุดบริการใหม่เอาใจนักท่องเที่ยวแบบ One Stop Service ที่นอกจากจะให้บริการด้านข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีบริการอื่นๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยว อาทิ บริการรถแท็กซี่, Airport Shuttle Bus, จองตั๋วเครื่องบิน, เช็คอินสายการบินล่วงหน้า, บริการแลกเงิน, จุดจำหน่ายซิมโทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ต, บริการรับฝากกระเป๋าเดินทาง เป็นต้น

จากการปรับโฉมใหม่เต็มรูปแบบทั้งศูนย์การค้าในครั้งนี้ นอกจากจะมีการเพิ่มของร้านค้า และบริการใหม่ๆ ที่เข้ามาเสริมทัพ แผนงานการตลาดที่ครบเครื่อง รวมทั้งสถานการณ์โควิด-19 ที่คาดว่าจะดีขึ้นในปลายปีนี้ ทางบริษัทฯ คาดหวังว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้นเท่ากับในปี 2562 อย่างแน่นอน นายประวิช กล่าว

Related Post

ร่วมแสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.