ทำไมต้องวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณ?

ทำไมต้องวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณ?

เคยได้ยินคำถามเหล่านี้กันบ้างไหมที่ว่า อายุมากแล้ววางแผนเกษียณอย่างไรบ้าง? หรือเริ่มเกษียณให้กับตัวเองหรือยัง? การเกษียณไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด แต่เป็นเรื่องที่ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ เพราะดูเหมือนโลกเราจะหมุนเร็วขึ้นทุกวัน เผลอแป๊ปเดียวก็สิ้นปีแล้วอีกแป๊ปเดียวก็ 5 ปี 10 ปี อีกไม่นานก็เกษียณแล้ว การผลัดวันประกันพรุ่งจึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงแก่ชีวิตในบั้นปลาย

ทำไมต้องวางแผนเพื่อการเกษียณ? การวางแผนเพื่อการเกษียณอายุงานนั้นไม่เพียงเฉพาะให้เราพอมีอาหารรับประทาน หรือดำรงชีวิตอยู่ได้เท่านั้น แต่เวลาวางแผนยังต้องตั้งเป้าหมายให้สามารถรักษาระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ผู้อยู่ อยู่ได้อย่างสบาย และมีมาตรฐานชีวิตในระดับที่ต้องการได้ ซึ่งระดับความต้องการของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน แผนการเกษียณจึงต้องเป็นแผนเฉพาะของแต่ละบุคคล และต่อไปนี้คือเหตุปัจจัยที่คุณควรทราบเกี่ยวกับการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณ

  1. ปัจจุบันลูกไม่สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ดีเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากทรัพยากรจำกัดแต่ประชากรมากขึ้นทำให้เกิดการแข่งขันกันสูง ทำให้ลูกๆ แค่เอาตัวเองให้รอดยังลำบาก จึงเป็นเรื่องยากที่จะสามารถดูแลพ่อแม่หลังเกษียณได้เป็นอย่างดี
  2. อายุโดยเฉลี่ยของคนไทยยืนยาวขึ้น คนอายุ 80 ปี ถึง 90 ปี ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก ซึ่งหากเราเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 25 ปี แล้วเกษียณ 60 ปี โดยคิดคร่าวๆ ว่าตนเองมีอายุ 80 ปี จะเห็นได้ว่าเงินหรือรายได้ในช่วงเวลาการทำงาน 35ปี (60ปี – 25ปี) นั้นต้องใช้ในการใช่จ่ายส่วนตัวหรือเลี้ยงตัวเองถึง 55ปี (80ปี – 25ปี) สรุปก็คือการมีอายุเพิ่มมากขึ้นทำให้วัยเกษียณก็มากตามก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น
  3. ปัจจุบันสังคมในประเทศไทย เริ่มเป็นสังคมเมืองกันมากขึ้น (สังคมเมือง คือ สังคมเดี่ยวทุกคนต้องพึ่งพาตนเอง) ดังนั้นเงินจึงจำเป็นอย่างมากในสังคมในปัจจุบันนี้
  4. หลังเกษียณจะใช้เงินมากกว่าก่อนเกษียณเนื่องจากคนหลังเกษียณจะมีเวลาว่างเยอะมาก ทำให้มีกิจกรรมที่ต้องใช้จ่ายมากขึ้นตาม โดยส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการแสวงหาความสุข (เช่นการท่องเที่ยว) การแสวงหาสุขภาพที่แข็งแรง ทำให้มีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้น
  5. แนวโน้มรายได้ของคนวัยเกษียณจะมีรายได้ที่ลดน้อยลง หรืออาจหดหายไปเลยก็ได้ การวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณโดยการเลือกส่วนผสมการลงทุนตามสไตล์คุณ

แหล่งที่มาของรายได้

  • รายได้จากการทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรง

ได้แก่ ค่าจ้างและเงินเดือน ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ในรูปรายได้ประจำ โดยถ้าดูให้ดีรายได้แบบนี้เป็นรายได้ชั่วคราว เพราะเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นเมื่อเราทำงาน ซึ่งในชีวิตคนเรามีเวลาทำงานได้ประมาณ 40 เท่านั้น กล่าวคือ เรียนหนังสือ 20 ปี ทำงาน 40 ปี และใช้ชีวิตหลังเกษียณอีก 20 ปี

  • รายได้จากการใช้เงินทำงาน

ได้แก่ ดอกเบี้ย ค่าเช่า เงินปันผล ค่าลิขสิทธิ์ รายได้เหล่านี้เป็นรายได้ถาวร เพราะเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยที่ไม่ต้องออกแรงทำงาน

  • รายได้แบบโชคช่วย

ได้แก่ เงินจากมรดก เงินได้ประเภทหนูตกถังข้าวสารเพราะได้แต่งงานกับเศรษฐี เงินได้จากการถูกล็อตเตอรี่ รายได้เหล่านี้ถือว่าได้มาเพราะโชคช่วย ซึ่งไม่สามารถกำหนดกฏเกณฑ์อะไรให้แน่นอนได้จากแหล่งที่มาของรายได้ข้างต้น จะเห็นได้ว่าหากต้องการใช้วัยเกษียณแบบสบายๆแล้วหล่ะก็ ทุกครั้งที่ได้เงินมาจากน้ำพักน้ำแรง (รายได้แบบที่ 1) แล้วต้องรู้จักเก็บออม แล้วจึงนำเงินได้บางส่วนไปลงทุนต่ออย่างชาญฉลาด (รายได้แบบที่ 2) เพียงเท่านี้คุณก็จะบรรลุสู่การมีอิสรภาพทางการเงิน พร้อมสำหรับวัยเกษียณแล้ว

ขอแถมท้ายด้วยผลตอบแทนด้านการออมที่จัดทำขึ้นโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งสมมติว่าในปี 2517 เริ่มออมเงินเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท โดยเลือกการออม 4 วิธีดังนี้คือ

  1. ออมด้วยหุ้น (Equity) คือเอาเงินไปซื้อหุ้นเก็บไว้
  2. ออมด้วยพันธบัตร (Bond) คือเอาเงินไปซื้อพันธบัตรเก็บไว้
  3. ออมด้วยเงินสด (Cash) คือการเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร
  4. ออมด้วยทอง (Gold) คือการซื้อทองเก็บเอาไว้
ทำไมต้องวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณ?

เมื่อเวลาผ่านไป 34 ปี คือจากปี 2517 ที่เริ่มออม จนถึงปี 2552 จากกราฟจะเห็นผลตอบแทนที่ไม่เท่ากัน โดยเรียงจากผลตอบแทนจากมากไปหาน้อยดังนี้

  • อันดับ 1 หุ้น มูลค่า ณ ปี 2552 คือ 40368 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 40 เท่า
  • อันดับ 2 พันธบัตร มูลค่า ณ ปี 2552 คือ 21816 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 20 เท่า
  • อันดับ 3 เงินฝากธนาคาร มูลค่า ณ ปี 2552 คือ 10473 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 10 เท่า
  • อันดับ 4 ทอง มูลค่า ณ ปี 2552 คือ 8590 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 8 เท่า

จึงสรุปได้ว่าให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากกว่าทางเลือกอื่นๆ แม้ในช่วงที่เจอกับวิกฤตเศรษฐกิจ ผลตอบแทนอาจจะตกต่ำลงไปบ้าง แต่สุดท้ายในภาพรวมก็ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นเป็นเพียงแนวทางสำหรับการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณที่มีความสบายทางการเงิน ซึ่งขอให้จำประโยคยอดฮิตที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน”

ท่านผู้อ่านอาจจะคิดว่า “อ้าวมีความเสี่ยงแล้วเราควรจะทำอย่างไรต่อไปดี” ดังนั้นในฉบับหน้าเราจะมาพูดกันถึงการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนกันต่อไป

Share:

Related Post

ผู้ว่าฯ ภูเก็ต มอบเกียรติบัตรเชิดชูคนดีศรีภูเก็ต ให้กับ ด.ช.สิทธิพร แย้มคล้าย

ผู้ว่าฯ ภูเก็ต มอบเกียรติบัตรเชิดชูคนดีศรีภูเก็ต ให้กับ ด.ช.สิทธิพร แย้มคล้าย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 กันยายน 2561 ที่ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.