การคาดการณ์ราคา EURUSD สำหรับปี 2023 หลังจากเฟดเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย

การคาดการณ์ราคา EURUSD สำหรับปี 2023 หลังจากเฟดเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย

EURUSD คือ คู่สกุลเงินหลักที่สำคัญของโลก โดยเป็นการเปรียบเทียบระหว่างค่าเงินยูโร EUR กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ USD ที่มีปริมาณการซื้อขาย-แลกเปลี่ยนมากที่สุดในบรรดาคู่เงินสกุลหลักทั้งหมด เพราะทั้งสองค่าเงินนั้นได้รับความนิยมและนำมาเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ และใช้เป็นเงินหลักในการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ เพราะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าสกุลเงินท้องถิ่น ในขณะที่การเก็งกำไรในตลาดฟอเร็กซ์คู่เงิน EURUSD นับเป็นคู่เงินขวัญใจของนักเก็งกำไรไม่ใช่น้อย เพราะมีความผันผวนสูง ทำให้มีจุดเข้าซื้อและขายที่มีส่วนต่างดีกว่าคู่เงินสกุลอื่นๆ จึงมีทั้ง นักเก็งกำไร เทรดเดอร์ และสถาบันการเงิน ต่างเข้ามาหาผลประโยชน์จากส่วนต่างของราคานี้จำนวนมาก

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน EURUSD ล่าสุด 12/7/2022

ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินยูโร/ดอลลาร์สหรัฐล่าสุดอยู่ที่ 1.0024/1.0028 หรือ 1 ยูโร = 1 ดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดของเงินยูโรในรอบ 20 ปี เป็นเพราะอัตราเงินเฟ้อของสหภาพยุโรปที่สูงกว่าสหรัฐ ในขณะที่สหรัฐเองก็กำลังเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดค่าเงินเฟ้อ ในส่วนของสหภาพยุโรปนั้นไม่สามารถที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยได้เหมือนกับสหรัฐนั่นเองจึงทำให้ค่าเงินสหรัฐแข็งค่าขึ้นมาจนเทียบเท่ากับค่าเงินยูโร

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน EURUSD ล่าสุด 12/7/2022
ที่มาของรูป : https://th.tradingview.com/chart/ เว็บดูกราฟออนไลน์ฟรี

ปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่า

หากใครได้ติดตามเกี่ยวกับเศรษฐกิจในฝั่งยูโรโซนในช่วง 5-8 ปี ที่ผ่านมา จะพบว่าหลายประเทศในสหภาพยุโรปต่างประสบปัญหาเกี่ยวเศรษฐกิจในประเทศไม่ว่าจะเป็น ‘สเปน’ ที่มีปัญหาทางการเงินในปี 2012 ตามด้วย ‘กรีซ’ ที่ผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในปี 2015 ก่อนที่จะมาเป็นวิกฤตหนี้ ‘อิตาลี’ ในปี 2019 ตามด้วยหนี้ของภาคเอกชนในประเทศ ‘ไอซ์แลนด์’ ที่มีมูลค่าสูงกว่า 400% ของ GDP จนกระทั่งต้นปี 2021 ‘อังกฤษ’ ก็แยกตัวออกจาก EU อย่างสมบูรณ์ ซึ่งสาเหตุมาจากภาวะถดถอยของเศรษฐกิจในยุโรปและอังกฤษเองก็ใช้เงินปอนด์มิใช่เงินยูโร ส่งผลให้เยอรมันกลายเป็น เดอะแบก ระบบเศรษฐกิจทั้งหมดของยุโรป

พิษของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้เศรษฐกิจหลายประเทศหยุดชะงักและมีการนำนโยบาย ลด แลก แจก แถม เพื่อช่วยเหลือประชาชนในชาติให้ผ่านพ้นวิกฤต

ล่าสุดประเทศในสหภาพยุโรปต้องผจญกับเงินเฟ้ออย่างหนักอันเนื่องมาจากปัญหาสงครามระหว่าง ‘รัสเซีย’ กับ ‘ยูเครน’ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีราคาถีบตัวสูงขึ้น เนื่องจากหลายชาติต่างพากันบอยคอตรัสเซีย ปิดกั้นการทำธุรกรรมต่างๆ จนทำให้รัสเซียยุติการส่งก๊าซและน้ำมันไปขายให้กับชาติสมาชิกยุโรป บวกกับรัสเซียไม่รับเงินสกุลอื่นในการทำธุรกรรมทางการเงินนอกจากสกุลเงินรูเบิลเท่านั้น

‘เฟด’ เร่งขึ้นดอกเบี้ย เพราะเงินเฟ้อสหรัฐสูงสุดในรอบ 40 ปี ภายหลังหยุดการทำ QE ในต้นปี 2022 ที่ผ่านมา ‘เฟด’ หรือธนาคารกลางสหรัฐได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จากเดิมที่คาดว่าจะขึ้นเพียง 0.25 bps แต่พอประกาศอัตราเงินเฟ้อในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมาปรากฏว่ามีอัตราเงินเฟ้อที่สูงมากถึง 7 และ 8 % ตามลำดับ ก่อนที่จะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวดเดียว 0.75 bps ส่งผลให้ตลาดทุนเกือบทั่วโลกโดนเทขายและหันไปถือค่าเงินดอลลาร์มากขึ้น ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าและค่าเงินอื่นๆ ต่างอ่อนค่าลงแรงอย่างเห็นได้ชัด

การคาดการณ์ราคา EURUSD สำหรับปี 2023

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาหากเป็นเทรดเดอร์สายกราฟเทคนิคจะสามารถมองเห็นภาพรวมได้ว่าตั้งแต่ต้นปี 2022 ที่ผ่านมานั้น ทิศทางและราคาของค่าเงิน EUR ต่อ USD มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงอย่างเห็นได้ชัด

การคาดการณ์ราคา EURUSD สำหรับปี 2023
ที่มาของรูป : https://th.tradingview.com/chart/ เว็บดูกราฟออนไลน์ฟรี

ซึ่งสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่นับวันมีแต่จะแข็งค่าขึ้นและเป็นไปได้ว่า 6 เดือนให้หลังของปี 2022 จนกระทั่งในปี 2023 แนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นไปอีก หากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มในการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในครั้งหน้าเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อสหรัฐ ในขณะที่ค่าเงินยูโรจะมีแนวโน้มที่อ่อนตัวลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอ บวกกลับปัญหาประเทศสมาชิกบางประเทศที่ประสบปัญหาหนี้และยังไม่มีท่าทีจะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปได้ว่าปัญหาดังกล่าวจะกลับมาเขย่าขวัญเศรษฐกิจยุโรปและค่าเงินอีกครั้ง อีกทั้งธนาคารกลางแห่งชาติยุโรป หรือ ECB เอง ก็ยังไม่สามารถที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ เพราะเท่ากับเป็นการซ้ำเติมประเทศที่กำลังประสบปัญหาหนี้ดังกล่าวอยู่รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นก็ยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤตที่ผ่านมานั่นเอง

การคาดการณ์ราคา EURUSD สำหรับปี 2022 ในกราฟเทคนิคระยะสั้น

การคาดการณ์ราคา EURUSD สำหรับปี 2022 ในกราฟเทคนิคระยะสั้น
ที่มาของรูป : https://th.tradingview.com/chart/ เว็บดูกราฟออนไลน์ฟรี

จากกราฟ จะพบว่าราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 1.04540 ลงมา (สีน้ำเงิน) ก่อนที่จะมาพักตัวที่บริเวณ 1.0028 คาดว่าอาจมีการแกว่งตัวแคบ ๆ ระหว่าง 1.0028-0.9670 ซึ่งเป็นแนวรับเล็กๆ ก่อนที่จะลงไปทดสอบ Low เดิม 0.90235 ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2003 มาแล้ว ซึ่งบริเวณดังกล่าวอาจมีการรีบาวน์ครั้งใหญ่เกิดขึ้น เมื่อถึงตอนนั้นคงต้องมาดูอีกทีว่าสหภาพยุโรปภายใต้การนำของเยอรมันจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจในประเทศยุโรปอื่น ๆ จะฟื้นขึ้นได้จนสามารถที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบสหรัฐได้หรือไม่ หากถึงตอนนั้นแล้วทาง ECB ไม่อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อของยุโรปได้แล้ว อาจเห็นการอ่อนค่าอย่างรุนแรงของสกุลเงินยูโรก็เป็นได้

กราฟ EURUSD Time Frame 15 นาที
ที่มาของรูป : https://th.tradingview.com/chart/ เว็บดูกราฟออนไลน์ฟรี

จากกราฟ Time Frame 15 นาที จะเห็นว่าในระยะสั้นๆ มีการรีบาวน์เล็กๆ ที่ 1.00742 ก่อนลงมาพักตัวที่ 1.00364 และยังไม่หลุดลงไปจุดต่ำสุดเดิมที่ 1.00005 หากในระยะสั้นนี้สามารถเบรก 1.00742 และขึ้นไปยืนเหนือราคาดังกล่าวได้ อาจขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่บริเวณ 1.01000 แต่ถ้าไม่สามารถทรงตัวบริเวณ 1.00364 ได้และหลุดต่ำลงไป 1.00005 อาจเป็นจุดคัทลอสสำหรับคนที่เข้าซื้อบริเวณ 1.00364 เพราะแนวรับถัดไปอาจได้เห็นค่าเงินดอลลาร์ต่ำกว่า 0.9000 ครั้งแรกในรอบหลายสิบปีก็เป็นได้ นั่นเท่ากับว่าเศรษฐกิจยุโรปอาจพบปัญหาจนทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้

EURUSD ยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่

สำหรับนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดค่าเงินฟอเร็กซ์ โดยเฉพาะคู่สกุลเงิน EURUSD ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่เงินสกุลหลักของโลกและมีความผันผวนมากที่สุดคู่เงินหนึ่ง ในระยะเวลาสั้นๆ อาจต้องระมัดระวังการรีบาวน์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่ค่าเงินยูโรมีการอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2022 เป็นต้นมา หากมองในภาพรวมจริงๆ แล้วต้องบอกว่าค่าเงินยูโรอ่อนตัวต่อเนื่องตั้งแต่วิกฤตซับไพร์ม หรือตั้งแต่ปี 2008-2009 มากกว่า แม้จะมีการรีบาวน์สลับขึ้นสลับลงให้มีจังหวะในการเข้าเก็งกำไรได้ แต่ถ้าถามว่าในระยะยาวคงต้องดูปัจจัยหลายๆ อย่างที่เข้ามากระทบ เพราะด้วยสภาพเศรษฐกิจของยุโรปตอนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา คงต้องบอกว่า ‘เยอรมัน’ และ ‘ฝรั่งเศส’ ถือเป็นหัวเรือของระบบเศรษฐกิจของยุโรปอย่างแท้จริง เพราะเหลียวหลังแลหน้าก็ไม่สามารถที่จะคาดหวังกับประเทศสมาชิกอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะ ‘อิตาลี’ และ ‘สเปน’ ที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับหนี้ รวมไปถึง ‘กรีซ’ ซึ่งยังไม่รู้จะกลับมาหลอกหลอนสหภาพยุโรปอีกเมื่อใด โดยเฉพาะทิศทางและแนวโน้มของดอกเบี้ยที่ต่ำเตี้ยอยู่ในระดับ 0% มาหลายปีแล้ว อีกทั้งปัญหาการสู้รบระหว่าง ‘ยูเครน’ และ ‘รัสเซีย’ ก็ยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ ฝั่งรัสเซียหลังจากที่โดนกลุ่มชาติตะวันตกบอยคอตก็หันมาค้าขายกับจีนและประเทศทางเอเชียมากขึ้น พร้อมกับการฟื้นฟูระบบการเงินโลกแบบเดิมที่ค่าเงินของแต่ละประเทศจะต้องมีทองคำหนุนหลัง เฉกเช่นในอดีตและสินค้าทุกชนิดของรัสเซียจะต้องซื้อขายด้วยเงินรูเบิลและทองคำเท่านั้น ก่อนที่จะฟื้นฟู่กลุ่ม BRICS ขึ้นมาอีกครั้ง จึงขอแนะนำให้นักลงทุนระยะกลาง – ยาว อาจไม่เหมาะสมในการลงทุนช่วงนี้ ในขณะที่นักลงทุนระยะสั้น หากมีเทคนิคจุดซื้อ-จุดขายที่แม่นยำ สามารถที่จะเข้าเก็งกำไรได้และต้องรู้จัก cut loss ให้เป็น หากพบว่าทิศทางการลงทุนนั้นไม่ใช่และผิดทาง

Related Post

ร่วมแสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.