ผลการวิจัยสมุนไพรพลูคาว ในการต่อต้านโรคมะเร็ง

ผลการวิจัยสมุนไพรพลูคาว ในการต่อต้านโรคมะเร็ง

ผลการวิจัยสมุนไพรพลูคาว ในการต่อต้านโรคมะเร็ง

คณะนักวิจัยยังได้ทราบข้อเท็จจริงว่า สีแดงที่อยู่ใต้ใบพลูคาวเป็นตัวชี้วัดว่ามีเภสัชสาร ซึ่งเป็นสารเฮลตีแบคทีเรีย มีจุลินทรีย์และแลคโตบาซิลลัสสายพันธุ์หนึ่ง ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุษย์ให้ทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังสามารถไปยับยั้งการเจริญเติบโตและต้านทานเนื้องอก (Anti-tumor) และช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ค่อนข้างดี

หลัง จากที่สกัดเป็นยาน้ำ และผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมแล้ว ได้นำยามาทดลองในผู้ป่วยมะเร็ง 5 ชนิด คือ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปากมดลูก เนื้องอกบริเวณสมอง และเนื้องอกของ Soft tissue sarcoma โดยให้ผู้ป่วยดื่มบำรุงร่างกาย และใช้ร่วมกับการรักษาของคณะแพทย์โดยการฉายรังสี ปรากฏว่า สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้ป่วยมะเร็งได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้มากขึ้นทำให้อาการของผู้ป่วยดี ขึ้นและยืดอายุของผู้ป่วยได้นานขึ้นด้วย ซึ่งดีกว่าการรักษาด้วยการฉายรังสีเพียงอย่างเดียว

พลูคาว จะนำมาต้มโดยให้ผู้ป่วยดื่มบำรุงร่างกาย และใช้ร่วมกับการรักษาของคณะแพทย์โดยการฉายรังสี ปรากฏว่า สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้ป่วยมะเร็งได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้มากขึ้นทำให้อาทีมนักวิชาการจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงนำเอาศาสตร์พื้นบ้านนี้มาเป็นพื้นฐาน ด้วยการนำพลูคาวมาสกัดเป็นตัวยาหลักนำไปช่วยในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง… โดยมี “กระชายแดง” และสมุนไพรอื่นๆอีกเป็นส่วนผสม… ผลปรากฏว่าสามารถยื้อชีวิตผู้ป่วยโรคมะเร็งไว้ได้… หลังอยู่ในสภาพที่สิ้นความหวังไปแล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “พลูคาว” 

http://www.dokudamihealing.com หรือ www.dokudamihealing.com/th/index.htm

https://www.facebook.com/DokudamiHealing

หรือติดต่อสอบถามได้ที่ คุณแจน 081 205 0575

Related Post

เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกชุดครัวขนาดเล็กสไตล์มินิมอลเหมือนอยู่คาเฟ่

เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกชุดครัวขนาดเล็กสไตล์มินิมอลเหมือนอยู่คาเฟ่

เมื่อไม่กี่มีมานี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทรนด์การไปถ่ายรูปและจิบกาแฟตามคาเฟ่ที่ตกแต่งสไตล์มินิมอลและสีเอิร์ธโทนเป็นอะไรที่มาแรงมาก

ร่วมแสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.