อบจ.ภูเก็ต เตรียมความพร้อม จัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2552

อยู่ในช่วงที่เข้ากำลังจะเข้าสู่เดือนสิงหาคมกันอีกแล้ว ซึ่งเป็นเดือนที่มีความวันสำคัญอีกเดือนหนึ่งของชาวไทยและชาวภูเก็ตทุกท่าน นั่นคือ วันแม่แห่งชาติ เนื่องด้วย วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยทางราชการได้กำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งประชาชนชาวไทยต่างน้อมสำนึกในน้ำพระทัยของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรประดุจ เป็นแม่ของแผ่นดิน ควรค่าต่อการเทิดทูน นอกจากนี้ แม่ คือ บุคคลที่ลูกทุกคนควรให้ความสำคัญ เนื่องจากแม่เป็นผู้ให้กำเนิด คอยดูแล อบรม เลี้ยงดูลูกตั้งแต่เล็กจนโต และรักลูกอย่างแท้จริง ครั้นลูกผิดพลาด ก็ไม่ซ้ำเติม ทับถม ดังนั้น ลูกควรระลึกถึงและแสดงถึงความกตัญญูอยู่เสมอ

เนื่องในวโรกาสที่สำคัญ คือ วันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ประกอบกับคุณความดีของผู้เป็นแม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้จัดโครงการจัดงานวันแม่แห่งชาติขึ้น เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดได้มีส่วนร่วมในการเทิดพระเกียรติและแสดงถึงความจง รักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงเป็นแม่ของชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมความรักความอบอุ่นให้เกิดขึ้นในครอบครัว ลูกได้ระลึกถึงและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ครอบครัวมีคุณภาพ

สำหรับในปีนี้ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นำโดยนายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานวันแม่แห่งชาติประจำ ปี 2552 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกัน ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต

สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและแสดงถึงความจงรักภักดีแด่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา “วันแม่แห่งชาติ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ผู้มีพระคุณและเสริมสร้างความ รัก ความอบอุ่นให้เกิดขึ้นในครอบครัว เพื่อยกย่องและประกาศเกียรติคุณแก่แม่ดีเด่น ประจำปี 2552 เพื่อทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่ตระหนักถึงบทบาทของผู้เป็น แม่ และสังคมโดยรวม

สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน ซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง

ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย เห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ.2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม ่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.