‘ทอท.’ จัดเสวนาพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต

ทอท.

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 23 สิงหาคม 2553 นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการเสวนา “พัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ร่วมมือร่วมใจ สู่ก้าวใหม่ที่ไกลกว่า” ซึ่งบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) จัดขึ้น ณ บริเวณ Hall A และ Hall B ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ตโดยมีนายสมชัย สวัสดิผล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานวิศวกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ) บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) นายเมธี   ตันมานะตระกูล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ร่วมเวทีเสวนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์สำหรับการดำเนินธุรกิจการบิน การขยายและพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.)

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) การจัดเสวนาในหัวข้อดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการสายการบิน นักธุรกิจ ผู้มีส่วนได้เสีย ได้มีส่วนร่วมรับรู้ มีความเข้าใจ และมีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและการดำเนินงานของ ทภก. และผลจากการเสวนาในครั้งนี้ ทอท.จะนำมาเป็นข้อมูลเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของสนามบินควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนโดยรอบ อันจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมต่อไป

ทั้งนี้จากสถิติที่ผ่านมา ท่าอากาศยานภูเก็ตมีจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและนับเป็นอีกท่าอากาศยานหนึ่งที่มีจำนวนผู้โดยสารและผู้ใช้บริการมากรองจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทอท.จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของท่าอากาศยานภูเก็ต โดยมีโครงการพัฒนา ทอท.ในปีงบประมาณ 2552-2556 มีระยะเวลาดำเนินการประมาณ 5 ปี (มี.ค.53-ก.ย.56) ใช้วงเงินงบประมาณถึง 5,791 ล้านบาท เพื่อสร้างและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีขีดความสามารถเพียงพอต่อการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกด้านได้อย่างปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว เพื่อเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค เช่นการก่อสร้างทางขับและลานจอดอากาศยานการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคารจอดรถยนต์ ระบบสาธารณูปโภค และระบบถนนภายในท่าอากาศยาน เป็นต้น

นายเสรีรัตน์ กล่าวต่อไปอีกว่า เมื่อโครงการพัฒนาแล้วเสร็จ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพของ ทภก.ให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศยานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต จากเดิมที่มีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 6.5 ล้านคนต่อปี ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 12.5 ล้านคนต่อปี (แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 5 ล้านคนต่อปี และผู้โดยสารภายในประเทศ 7.5 ล้านคนต่อปี) รองรับผู้โดยสารและปริมาณการจราจรทางอากาศได้ถึงปี 2536 เพื่อเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค อีกทั้ง ยังสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงการคมนาคม ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นศูนย์กลางด้านการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและที่สำคัญยังช่วยกระจายความเจริญสู่ชุมชน และก่อให้เกิดการจ้างงาน และการสร้างรายได้ต่อประชาชนที่อยู่โดยรอบ ทภก.ภูมิภาคและประเทศชาติโดยรวม

Share:

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.