ภูเก็ตจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ หวังแก้ปัญหาระยะสั้น-ยาว

ภูเก็ตจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 14 กันยายน 2554 ที่ห้องประชุมจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาน้ำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตได้ว่าจ้างบริษัท แสปม คอนซัลแตนท์ จำกัด ทำการศึกษา โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการส่วนภูมิภาค อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ จ.ภูเก็ต

สำหรับโครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาน้ำจังหวัดภูเก็ตนั้น เนื่องจากที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตประสบปัญหาการใช้น้ำมาอย่างต่อเนื่อง และใช้การแก้ไขปัญหาทีละจุด จึงได้มีการจัดสรรงบประมาณตามแผนปฏิบัติการราชการประจำปีและคำของบประมาณจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2554 จำนวน 5 ล้านบาท จ้างบริษัทที่ปรึกษาฯ จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อจัดทำแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและปัญหาอุทกภัย และปัญหาคุณภาพน้ำ ครอบคลุมทั้งจังหวัดภูเก็ต สำหรับให้หน่วยงานต่าง ๆ ใช้เป็นกรอบดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยสอดคล้องกับสภาพทางกายภาพ การตั้งถิ่นฐาน สภาพสังคม กิจกรรมการใช้น้ำ สภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ตลอดจนเพื่อแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำของจังหวัดภูเก็ตอย่างเป็นระบบ โดยให้มีแผนแม่บทเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาภัยจากน้ำ และปัญหาคุณภาพน้ำอย่างบูรณาการให้ครอบคลุมเชิงพื้นที่ทั้งเกาะภูเก็ต รวมทั้งครอบคลุมกิจกรรมการใช้น้ำต่าง ๆ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาและได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

นายปกรณ์ ดิษฐกิจ ผู้เชี่ยวชาญส่วนวิศวกรรมแหล่งน้ำ บริษัท แสปม คอนซัลแตนท์ จำกัด กล่าวว่า การจัดทำโครงการดังกล่าวนั้น เพื่อจัดทำแผนพัฒนาบริหารจัดการน้ำของจังหวัดในภาพรวม เพื่อแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้น 5 ปี ระยะกลาง 10 ปี และระยะยาว 20 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคมนี้ โดยจะมีการวิเคราะห์การใช้น้ำในพื้นที่ทั้งการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยว ปริมาณน้ำที่มีอยู่ แหล่งกักเก็บน้ำ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากปัจจุบันปริมาณการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลมาจากการเติบโตของการท่องเที่ยว หากเป็นพื้นที่ในเขตเมืองก็จะใช้น้ำจากการประปาส่วนภูมิภาค ส่วนเขตนอกตัวเมืองแต่ละครัวเรือนจะใช้น้ำใต้ดินจากบ่อน้ำเป็นหลัก และมีบางส่วนที่ใช้บริการของประปาชุมชน

“จากการสำรวจข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าจังหวัดภูเก็ตมีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนมีเฉลี่ยปีละประมาณ 2,500 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่ค่อนข้างมาก แต่แหล่งกักเก็บน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอรองรับ และอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ทั้งอ่างเก็บน้ำบางวาดและบางเหนียวดำก็ยังไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เต็มขีดความสามารถที่มีอยู่ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางแผนในการบริการจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยการอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำ กลางน้ำ ด้วยการบริหารจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ส่วนปลายน้ำ จะเป็นการดูแลในเรื่องของน้ำเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมด” นายปกรณ์กล่าว

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.