ภูเก็ตเสนอการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการท่องเที่ยว

สนามบินภูเก็ต

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมปรึกษาหารือ แนวทางการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันโดยมี นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานกรรมาธิการท่องเที่ยววุฒิสภา นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นางพิชญา เมืองเนาว์ ผอ.สปข.5 และส่วนราชการภาคเอกชน 5 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ตรัง ภูเก็ต ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ การหารือร่วมกันถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ตรัง ภูเก็ต และการสรุปผลการประชุมปรึกษาหารือแนวทางการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

นายตรี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการปรึกษาหารือ แนวทางการพัฒนาพื้นที่กลุ่ม 5 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ตรัง ภูเก็ต โดยให้แต่ละจังหวัดเสนอข้อมูลโครงการที่จะพัฒนาจังหวัด เพื่อสรุปข้อมูลในภาพรวมในการนำเสนอการประชุม ครม.นอกสถานที่ ในระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม 2555 ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตจะมีการนำเสนอโครงการ รถไฟฟ้ารางเบา เส้นทางจากสนามบินภูเก็ต มายังตัวเมือง โครงการอุโมงค์ลอดเข้าหาดป่าตอง โครงการก่อสร้างถนนคลองเกาะผี โครงการสะพาน – อุโมงค์ข้าม ทางแยก ทางลอด สี่แยกโลตัส สี่แยกไทนาน โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติไม้ขาว โครงการขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ต การขยายโรงพยาบาล เป็นต้น ส่วนงบประมาณจะมีการหารืออีกครั้ง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.สัญจร) ณ จังหวัดภูเก็ต ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ว่า ตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ประสานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการ หอการค้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดอันดามันทั้งหมดว่าจะเสนอโครงการอย่างไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนกลุ่มจังหวัดอันดามัน เพื่อให้ทางคณะรัฐมนตรี ได้นำไปพิจารณา

โดยโครงการที่จะนำเสนอ ครม.สัญจร ที่ได้มีการเสนอและคิดร่วมกัน มีอยู่หลายโครงการด้วยกัน โดยเฉพาะ จ.พังงา เช่น โครงการขยายทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม เป็น 4 เลน ระหว่าง จ.พังงา ไปถึง 4 แยกปฐมพร จ.ชุมพร ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งโครงการอยู่ที่ประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท โครงการทำเมืองพังงาให้เป็นเมืองแห่งการศึกษา เช่นการดำเนินการเปิดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตพังงา ที่ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งมีการบริจาคที่ดินมาแล้วประมาณ 300 ไร่ เป็นต้น โครงการทำเมืองท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศน์ในกลุ่มจังหวัดอันดามันทั้งหมด โครงการเส้นทางระบบโลจิสติกส์ หรือระบบขนส่งการท่องเที่ยว โดยการขยายรถไฟจาก อ.คีรีรัฐ จ.สุราษฎร์ธานี มาเชื่อมต่อที่บ้านท่านุ่น ต.โคกกลอง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา หรือมาเชื่อมต่อกับสะพานสารสิน เพื่อให้เกิดการขนส่ง รวมระยะทาง 160 กิโลเมตร โดยขณะนี้มีการเวนคืนที่ดิน และมีการศึกษาไว้แล้ว งบประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท

“โครงการเหล่านี้จะเป็นการสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในการที่จะขยายเรื่องการขนส่ง เรื่องการท่องเที่ยว ทำให้กลุ่มอันดามัน จะมีการสร้างรายได้จากเดิมๆ นักท่องเที่ยวเข้ามาปีละประมาณ 10 ล้านคน โดยในปี 2554 นักท่องเที่ยวผ่านสนามบินภูเก็ต ประมาณ 8.5 ล้านคน ซึ่งมากกว่าปีก่อนๆ และในปี 2555 คาดว่าจะมีมากกว่าปี 2554”

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เรื่องของการปรับปรุงขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ต เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 12.5 ล้านคนในปี 2557 โดยจะมีการขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ รวมทั้งการทำหลุมจอดจาก 15 หลุม เป็น 30 หลุม และการขยายเรื่องระบบขนส่ง ซึ่งรัฐบาลก็ได้อนุมัติงบประมาณไปแล้ว จำนวน 5.7 พันล้านบาท นั้น ในการประชุมครม.สัญจร เราจะนำเสนอในเรื่องให้มีการขยายรันเวย์สนามบินเพิ่มเติมด้วย

แต่สิ่งที่สำคัญที่ประชาชนต้องการ คือการขยายถนน รวมทั้งรถไฟ ทำสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน รวมถึงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในหน้าร้อนเดือน เม.ย.ของทุกปี ที่ภูเก็ตจะต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ทำให้ประชาชน และผู้ประกอบการ มีการเจาะน้ำบาดาลกันมากขึ้นทำให้น้ำเค็มมาแทนที่ เกิดแผ่นดินทรุดตัว และทำให้น้ำเกิดมีปัญหา เพราะฉะนั้นการที่จะจัดสรรน้ำอย่างไร และดำเนินโครงการอย่างไรให้น้ำจากแผ่นดินในกลุ่มจังหวัด พังงา หรือกระบี่ นำน้ำเข้ามาในพื้นที่ จ.ภูเก็ตที่เป็นเกาะ รวมทั้งการคมนาคมขนส่งที่สะดวกขึ้น ปัจจัยพื้นฐานคือมีน้ำ มีไฟฟ้า แล้วก็มีระบบการอำนวยความสะดอกเพียงพอ อันนี้จะส่งเสริมการมีรายได้ให้กับพี่น้องในชุมชน จ.พังงา ภูเก็ต กระบี่ ระนอง และสร้างรายได้ภาพรวมของการท่องเที่ยวของประเทศ

ตนเชื่อว่า ถ้ามีการขยายและมีการลงทุน เม็ดเงินเหล่านี้เช่น กลุ่มอันดามันจ่ายภาษี 3 แสนล้านกระจายงบประมาณกลับมาให้ซักส่วนหนึ่ง ซัก20เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่เสียภาษีไป รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นจาก2 แสนล้านต่อปีอาจจะเป็น 3 แสนล้านในปีต่อไป อันนี้ก็เป็นการลงทุนที่ถ้ามองในภาพการลงทุนคุ้มค่า และที่สำคัญจะทำให้วิถีวิชิตของคนกลุ่มจังหวัดอันดามันประกอบด้วย 4 จว.รวมทั้งพี่น้องใน 14 จว.ในภาคใต้ที่มาเป็นผู้ประกอบการแล้วก็มีการประกอบอาชัพเรื่องเกษตรเรื่องประมงก็มีการขายสินค้าได้มากขึ้น ทีนี้ความเป็นอยู่ของคนใต้ 14 จว. จะดีขึ้น

Related Post

โรงแรมสลีพวิธมี ดีไซน์โฮเทล แอท ป่าตองจัดกิจกรรมบริจาคอาหารหมาแมวบ้านพักพิงสุนัขจรจัด

โรงแรมสลีพวิธมี ดีไซน์โฮเทล แอท ป่าตองจัดกิจกรรมบริจาคอาหารหมาแมวบ้านพักพิงสุนัขจรจัด

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาถือเป็นวันครบรอบ 5 ปี ของโรงแรมสลีพวิธมี ดีไซน์โฮเทล แอท ป่าตอง

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.