เมกะโปรเจคภูเก็ต ในการปกครองของรัฐบาลยิ่งลักษณ์

เมกะโปรเจคภูเก็ต ในการปกครองของรัฐบาลยิ่งลักษณ์

ที่มา : คมชัดลึก

การที่ “ภูเก็ต” เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก จึงเป็นแม่เหล็กสำคัญที่สามารถทำรายได้ให้กับประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่จากการเจริญเติบอย่างไร้ทิศทางและขาดการบริหารจัดการที่ดี ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมามากมาย และในบางปัญหาก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ในระดับจังหวัด เนื่องจากจะต้องใช้งบประมาณมาสนับสนุนจำนวนมาก เพื่อให้สามารถรองรับการเติบโตและเสริมศักยภาพของการท่องเที่ยวให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน เพราะนั่นหมายถึง การดึงดูดเงินตรา ซึ่งโครงการขนาดใหญ่ที่จะต้องจับตามองการขับเคลื่อนอย่างใกล้ชิดมีด้วยกัน 3 โครงการ

โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต บริเวณที่ราชพัสดุแปลง ภก.153 ไม้ขาว (ท่าฉัตรไชย) เนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ โดยในปี 2554 ที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าโครงการนี้ เป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของจังหวัด ที่ถูกจับตามองค่อนข้างมากถึงโอกาสที่จะได้รับการสานต่อ หลังจากที่มีความพยายามในการผลักดันกันมากว่า 10 ปี จนได้ข้อสรุปเรื่องที่ตั้งโครงการ แต่ยังขาดงบประมาณในการก่อสร้าง กระทั่งรัฐบาลภายในการนำของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อนุมัติงบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งระยะที่ 2 จำนวน 2,600 ล้านบาท

โดยมอบหมายให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ และได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการทำการศึกษาและวิเคราะห์โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นไปเรียบร้อยแล้ว โดยได้เลือกรูปแบบการก่อสร้างอาคารเป็นกระดองเต่าประกอบด้วย ห้องประชุมใหญ่จุได้ประมาณ 6,000 คน และห้องประชุมขนาดเล็กที่จุได้ตั้งแต่ 20 – 600 คน อีกจำนวนหนึ่ง ห้องจัดเลี้ยงจุได้ 1,000 คน อาคารนิทรรศการ อาคารหอพักสำหรับเจ้าหน้าที่ 100 ยูนิต และอาคารประกอบอื่นๆ มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 40,000 ตารางเมตร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านคมนาคมของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโครงการร่วมเอกชน (คชก.) ในสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบา เส้นทางสนามบิน-ตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งได้มีการริเริ่มมากว่าสิบปีแล้วเช่นกัน โดยได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่และต้องใช้งบประมาณลงทุนค่อนข้างมาก ทำให้เงียบหายไประยะหนึ่ง และเริ่มมีการหยิบยกขึ้นมาทบทวนอีกครั้งในช่วงกลางปี 2553 ต่อเนื่องจนถึงปี 2554 เพื่อให้เป็นการทางเลือกในการใช้บริการของผู้โดยสาร และรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาการจราจรคับคั่งและอุบัติเหตุ รวมถึงปัญหาร้องเรียนเกี่ยวกับค่าโดยสารรถบริการสาธารณะ

ทั้งนี้ มีความพยายามที่จะเชิญชวนภาคเอกชนให้เข้ามาลงทุน ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศจีนและเกาหลี ที่พยายามเสนอตัวเข้ามา ไม่ต่ำกว่า 10 ราย แม้ว่าภาคส่วนต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชนและเอกชนต่างเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว แต่ก็ติดขัดด้วยว่าจังหวัดไม่สามารถที่จะอนุมัติโครงการได้ด้วยตัวเอง ต้องขอรับความเห็นชอบจากรัฐบาลกลาง เนื่องจากเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ใช้เม็ดเงินลงทุนค่อนข้างมาก ท่าทีการสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง จึงมีความหมายอย่างยิ่งที่จะทำให้โครงการนี้เกิดผลในทางปฏิบัติ

โครงการก่อสร้างอุโมงค์ป่าตอง มีจุดเริ่มต้นจากปัญหาการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ป่าตอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและห้องรับแขกสำคัญของจังหวัดภูเก็ต แต่มีเส้นทางหลักจากเขต ตำบลกะทู้ อำเภอป่าตอง เข้าสู่พื้นที่เพียงเส้นทางเดียว และมักประสบปัญหา เนื่องจากต้องผ่านภูเขาซึ่งมีความลาดชันและคดเคี้ยว ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตก ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีกับเมืองท่องเที่ยว นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีการริเริ่มมาเกินกว่า 10 ปีเช่นกัน จากจุดเริ่มต้นที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) ได้ให้งบประมาณในการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง และในครั้งนั้นพบว่ามีความเป็นไปได้ แต่เนื่องจากต้องตัดภูเขาซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทำให้เรื่องเงียบหายไประยะหนึ่ง
กระทั่งทางเทศบาลเมืองป่าตองภายใต้การบริหารงานของนายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีฯ ได้นำโครงการนี้มาทบทวน และให้เป็นหนึ่งในนโยบายการบริหารงาน ซึ่งได้มีการผลักดันของงบจากสภาฯ มาทำการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ แต่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็นในการดำเนินโครงการดังกล่าว ปรากฏว่ามีประชาชนในพื้นที่บางส่วนไม่เห็นด้วยกับบริเวณจุดเข้าออกอุโมงค์ฝั่งป่าตอง เพราะเกรงว่าจะกระทบกับการดำรงชีวิต และขอให้มีการทบทวน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางผู้บริหารเทศบาลเมืองป่าตองจะต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชน หรืออาจจะต้องมีการปรับจุดเข้าออกอุโมงค์ดังกล่าวเพื่อลดผลกระทบกับมวลชน ขณะที่ในโครงการนี้มีนักลงทุนชาวต่างชาติที่พร้อมจะเข้ามาลงทุน

“โครงการพัฒนาต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ต ในปีงบประมาณ 2555 ทางจังหวัดได้งบประมาณพัฒนาจั รวม 113 ล้านบาทเศษเท่านั้น แต่จะมีงบประมาณที่เรียกว่างบสนับสนุนส่วนอื่นค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นงบพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ประมาณ 5,700 ล้านบาท งบก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต 2,600 ล้านบาท หรืองบก่อสร้างทางต่างระดับบริเวณสี่แยกไทนาน อ.เมือง จ.ภูเก็ต400 ล้านบาท เป็นต้น และยังมีงบประมาณจากงบพัฒนากลุ่มจังหวัดอันดามันอีกจำนวนหนึ่ง แม้ว่าจะมีความกังวลว่าในบางโครงการอาจจะมีการโยกย้ายงบประมาณ แต่เท่าที่มีการหารือกับส่วนกลางพบว่า ก็ยังมั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุน เพราะหากสามารถดำเนินการโครงการต่างๆได้ จะทำให้สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาศักยภาพความเป็นเมืองท่องเที่ยวของภูเก็ตให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น “ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สะท้อนความเห็น

หากพิจาณาจากทั้ง 3 แผนงานข้างต้น ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงท่าทีการสนับสนุนจากรัฐบาล ที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญ ว่าที่สุดแล้วโครงการที่เป็นแผนงานต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่ผ่านมา จะได้รับการสานต่อในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่

Related Post

ภูเก็ตประชุมคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2562

ภูเก็ตประชุมคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2562

วันที่ 13 ธันวาคม 2561 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.