สธ.ภูเก็ตจัดโครงการร้านยาเพื่อชุมชน หวังลดการขายยาในทางที่ผิด

ร้านขายยา ตามที่ได้มีการตรวจสอบร้านขายยาแห่งหนึ่งในอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต (บริเวณสี่แยกอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร) พบยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของยาไดเฟนไฮดรามีน จำนวน 6,288 ขวด ซึ่งสงสัยว่ามีการเตรียมไว้เพื่อจำหน่ายแก่วัยรุ่น รวมทั้งยาแคปซูลลักษณะคล้ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 2 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตได้ยึดไว้เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์และหากเป็นวัตถุออกฤทธิ์ฯ จริงก็จะเพิ่มข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ส่วนความผิดอื่น ๆ อาทิ ยาหมดอายุ และวัตถุออกฤทธิ์ฯ ในประเภท 3 หรือ 4 สภ.ถลางได้ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีไปแล้วเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2554 นั้น

นายแพทย์ศักดิ์ แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของยาไดเฟนไฮดรามีน เป็นยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ร้านขายยาแผนปัจจุบันสามารถครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ แต่การมีไว้ในครอบครองจำนวน 6,288 ขวด นั้น เป็นปริมาณที่มากผิดปกติ ประกอบกับการไม่ทำบัญชีซื้อขายยาแก้ไอ รวมทั้งข้อมูลจากฝ่ายปกครองและตำรวจพบว่าร้านนี้มีกลุ่มวัยรุ่น ผลัดเปลี่ยนกันมาซื้อยาแก้ไอเป็นจำนวนมาก จึงอาจกล่าวได้ว่า ถึงแม้ยาอาจจะถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากวัตถุประสงค์ในการจำหน่ายไม่ถูกต้อง ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาสังคมขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการร้านขายยานี้ยังมีสำนึกที่ดี จึงมอบยาแก้ไอทั้งหมดแก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตเพื่อทำลายและเป็นตัวอย่างแก่ร้านขายยาอื่น ๆ ที่อาจยังมีพฤติกรรมการขายยาให้กับวัยรุ่น โดยไม่สนใจว่ามีอาการไอแท้จริงหรือไม่

ด้าน นายสมสุข สัมพันธ์ประทีป หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต ณ วันนี้ มีร้านขายยามากกว่า 330 ร้าน ทำให้มีความหลากหลายในเรื่องการจำหน่าย อาจจะมีบางร้านที่จำหน่ายยาในทางที่ผิด ซึ่งกลุ่มงานฯ ที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงมิได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ในขณะนี้จึงได้ร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการร้านยาเพื่อชุมชนขึ้น ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่มุ่งเน้นให้ร้านยาต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตจำหน่ายยาโดยใช้จริยธรรมเป็นที่ตั้ง หากมีร้านที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเป็นการยกระดับคุณภาพของสังคมอีกแนวทางหนึ่ง ในขณะที่ปัญหาการใช้ยาในทางที่ผิดก็จะลดลงเช่นกัน

Related Post

Leave a Reply