ตม.สนามบินภูเก็ต วางมาตรการตรวจเข้มชาวต่างชาติ

 

ตม.สนามบินภูเก็ต วางมาตรการตรวจเข้มชาวต่างชาติ ร.ต.อ.ดนัย ชุ่มอภัย รองสารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิด 3 จุดในกรุงเทพมหานคร ทางผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มข้นเป็นพิเศษในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย ที่เดินทางผ่านสนามบินภูเก็ต โดยให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และให้มีการแจ้งข้อมูลที่พักอาศัยในประเทศไทยให้ชัดเจน พร้อมประสานกับตำรวจสันติบาลเพื่อทราบข้อมูลผู้เดินทางเข้ามาล่วงหน้า นอกจากนี้ประสานกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสนามบินภูเก็ต ในการตรวจสอบกระเป๋าและสัมภาระของผู้โดยสารที่มากับเที่ยวบินต่างชาติให้เข้มข้นมากขึ้นด้วย

ร.ต.อ. ดนัย ยังกล่าวด้วยว่า การเดินทางเข้าประเทศไทยของนายโมราตี้ ซาอิด กับนายคาซาอี้ โมฮัมหมัด ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุนั้น ได้เดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 โดยเดินทางมาจากประเทศมาเลเซียด้วยเที่ยวบิน AK 826 จากนั้นได้ต่อเครื่องบางกอกแอร์เวย์ ไปยังกรุงเทพมหานครในวันเดียวกัน จากการตรวจสอบในขณะนั้นไม่พบข้อมูลผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนของเที่ยวบินตรงที่มาจากตะวันออกกลางมายังภูเก็ตในระยะนี้มีมาจาก 2 ประเทศ คือ ประเทศอิหร่านและประเทศกาตาร์ สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในบ่ายวันนี้ (15 ก.พ.55) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ ภก 0017.4/ว645 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์2555 เรื่อง เพิ่มมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ส่งไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต สารวัตรหัวหน้าตำรวจสันติบาลภูเก็ต นายอำเภอทุกอำเภอ มีเนื้อหาว่า ตามที่เกิดเหตุชาวต่างชาติ 3 คน สัญชาติอิหร่าน ก่อเหตุระเบิด 3 จุด ในซอยสุขุมวิท 71 กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บในที่ก่อเหตุ 1 ราย ประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับบาดเจ็บหลายราย ภายหลังสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรายที่ 2 ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนผู้ก่อเหตุรายที่ 3 อยู่ระหว่างหลบหนี เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลการเข้าเมืองของผู้ก่อเหตุบางรายได้ใช้สนามบินภูเก็ตเป็นทางผ่านในการเดินทางมาจากต่างประเทศ ก่อนที่จะเดินทางไปก่อเหตุที่กรุงเทพมหานคร

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนไหวในลักษณะก่อเหตุความรุนแรงที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงทั้งจากบุคคล องค์กร หรือเครือข่ายที่เชื่อมโยงในพื้นที่จึงขอให้จัดกำลังตำรวจ ฝ่ายปกครอง สดับรับฟัง ติดตามเฝ้าระวังเหตุ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ล่อแหลมต่อการก่อเหตุ เช่น สถานที่ราชการ บ้านพักบุคคลสำคัญ บริษัทห้างร้านของชาวต่างชาติ แหล่งพลังงาน แหล่งชุมชนที่มีประชาชนพลุกพล่าน สถานที่ท่องเที่ยว สถานีขนส่ง เป็นต้น โดยให้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย เพิ่มความถี่กำหนดวงรอบในการตรวจตรา จัดเจ้าหน้าที่สืบสวนสนับสนุน ขอความร่วมมือจากประชาชน ภาคเอกชน ในการช่วยสังเกตสิ่งผิดปกติและบุคคลแปลกหน้าในพื้นที่

สำหรับพื้นที่ภายในท่าอากาศยานภูเก็ตให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศ สังเกตบุคคล สัมภาระ วัตถุ สิ่งของติดตัวที่ผ่านเข้าออก โดยใช้ระบบการบันทึกภาพ เทคโนโลยี และบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากพบสิ่งบอกเหตุใดๆ ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง ให้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบโดยตรงหรือประสานที่ทำการปกครองจังหวัดภูเก็ต

Share:

Related Post

Leave a Reply