ภูเก็ตเร่งจัดทำแผนบริหารน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 53  นายธีระยุทธ์  เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวางแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมแผนการใช้น้ำตามแหล่งน้ำและขุมเหมืองต่างๆ ให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการผลิตประปาในจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายอิสระ อนุกูล หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ โครงการชลประทานภูเก็ต นายสายัณห์  วารีอรุณโรจน์ หัวหน้าสำนักงานการประปาภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต  และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายอิสระ  กล่าวว่า จากการสรุปสถานการณ์น้ำในปัจจุบันมีปริมาณน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ อาทิ เขื่อนบางวาด เขื่อนบางเหนียวดำ ขุมเหมืองเทศบาลนครภูเก็ต และขุมเหมืองเอกชน ที่นำมาใช้ได้รวมปริมาณ 46 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ความต้องการใช้น้ำในปี 2553 มีปริมาณ 51 ล้านลูกบาศก์เมตร  โดยเป็นการนำไปผลิตน้ำประปา วันละ 3 ล้าน 9 แสนลูกบาศก์เมตร ต่อเดือนหรือ 47 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี  แยกเป็นประปาเทศบาลนครภูเก็ต 8 แสนลูกบาศก์เมตรต่อเดือน  ประปาภูมิภาค 1 ล้าน 5 แสนลูกบาศก์เมตรต่อเดือน และประปาท้องถิ่น 2 หมื่น 3 พันลูกบาศก์เมตรต่อวัน

นายอิสระ  ยังกล่าวอีกว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกในเดือน พฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม 2552 ส่งผลให้เขื่อนบางวาดเก็บกักน้ำได้มาก  ส่วนปีนี้เขื่อนบางวาดจะมีน้ำจ่ายสำหรับผลิตประปาทั้ง 2 แห่งเพียงพอถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะตรงกับช่วงหน้าฝน  อย่างไรก็ตามถ้าหากเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงติดต่อกัน 2 ปี คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในเขื่อนบางวาดแน่นอน  ซึ่งประเมินว่าสภาวะดังกล่าวจะเกิดขึ้นในปี 2557 กับ 2558  อาจจะเกิดภาวะแล้งต่อเนื่องขึ้นได้  นอกจากนี้คาดการณ์ว่า ความต้องการน้ำใช้ในจังหวัดภูเก็ตจะเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี คาดว่าในปี 2580 จะมีความต้องการน้ำทั้งปี 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่แหล่งน้ำสำหรับกักเก็บขยายตัวไม่ทัน ผลิตได้ปีละ 4.7 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

อย่างไรก็ตามในแผนการพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมของจังหวัดภูเก็ต  ขณะนี้เตรียมแผนพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง 4 โครงการ คือ สร้างอ่างเก็บน้ำคลองกระทะ ความจุ 5.7 ล้านลูกบาศก์เมตร  อ่างเก็บน้ำคลองยนต์ ความจุ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร  พัฒนาระบบแก้มลิงเติมน้ำในอ่างบางเหนียวดำ เฉลี่ย 6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี  และเพิ่มขนาดความจุอ่างบางวาดให้ได้อีก 3.3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี  เพื่อให้ได้ความจุแหล่งน้ำรวมทั้งพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็น 45 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมที่มีขนาด 28 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรองรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยวและความต้องการใช้น้ำที่เพิ่ม ขึ้น

ด้าน นายสายัณห์  วารีอรุณโรจน์ หัวหน้าสำนักงานการประปาภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต  กล่าวว่า  สำนักงานประปาได้มีการสำรวจขุมน้ำเอกชน มาต่อเนื่องหากพบแหล่งน้ำที่มีศักยภาพพอที่จะนำมาผลิตประปาได้ก็จะติดต่อทำ สัญญาซื้อขายน้ำ พร้อมใช้งบลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท ในการวางท่อนำน้ำมาผลิตประปาทันที  อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ต้นทุนน้ำดิบในจังหวัดภูเก็ตราคาสูงกว่าพื้นที่อื่นๆในประเทศ  และขณะนี้ทราบว่าเอกชนบางรายได้เริ่มลงทุนขุดลอกขุมน้ำ เพื่อใช้ในการประกอบกิจการขายน้ำ เนื่องจากในอนาคตความต้องการน้ำจะขยายตัวมากขึ้น

ส่วนแนวทางการนำน้ำจากเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาใช้ในพื้นที่ท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน  ผู้จัดการสำนักงานประปาจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมอบหมายมอบหมายให้ ประปาภูมิภาคศึกษาความเหมาะสมและความคุ้มค่า  โดยทำเรื่องเสนอต่อสภาพัฒน์ฯ ภายในเดือนนี้

ในแผนการศึกษาเบื้องต้น ทราบว่ามีการเดินท่อมายังจังหวัดพังงา เพื่อเป็นแหล่งพักน้ำและผลิต จ่ายไปยังจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดกระบี่ ในแผนดังกล่าวจะใช้งบประมาณในการลงทุนประมาณ 3 พันล้านบาท

Share:

Related Post

2 Comments

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.