ตำรวจภาค 8 ระดมกวาดล้างช่วงก่อนลอยกระทง

ตำรวจภาค 8 ระดมกวาดล้างช่วงก่อนลอยกระทง

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ที่ห้องไม้ขาว ชั้น 1 อาคารกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 แถลงผลการระดมกวาดล้างปิดล้อมตรวจค้นผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง และผลระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2561 ในระหว่างวันที่ 13-18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 8 โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัดตำรวจภูธรภาค8 , รองผู้บังคับการฯ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม

 

พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจภูธรภาค 8 ได้กำหนดการระดมกวาดล้างปิดล้อมตรวจค้นผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ระหว่างวันที่ 13 -18 พฤศจิกายน 2561 ประกอบกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า ด้วยในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 เป็นวันลอยกระทง ถือเป็นวันสำคัญตามประเพณีไทย ซึ่งจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวออกมาลอยเปิดกระทง ลอยประทีปโคมไฟ ตามแม่น้ำลำคลองต่างๆ เป็นจำนวนมาก สถานที่บางแห่งมีการจัดงานประเพณีลอยกระทง อาจทำให้เกิดปัญหาการจราจรและปัญหาอาชญากรรม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้กำหนดมาตรการใน การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินช่วงเทศกาลลอยกระทงไว้ 6 มาตรการ คือ มาตรการป้องกันอาชญากรรมและอุบัติภัยทางน้ำ, มาตรการป้องกันอันตรายจากพรุ ประทัดและดอกไม้เพลิง, มาตรการปราบปราม, มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่, มาตรการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและมาตรการประชาสัมพันธ์

จากการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ห้วงระหว่างวันที่ 13-21 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งมุ่งเน้นความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกายและเพศ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิดและยาเสพติด โดย
ผลการจับกุมที่สำคัญในห้วงระดมกวาดล้างดังกล่าวของหน่วยงานในสังกัดตำรวจภูธรภาค 8 ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ชุมพร, ระนอง, กระบี่, พังงาและภูเก็ต ประกอบด้วย การจับกลุ่มอาวุธปืนจำนวน 107 ราย ผู้ต้องหา 109 คน ของกลางเป็นอาวุธปืนมีทะเบียน จำนวน 24 กระบอก และไม่มีทะเบียน จำนวน 84 กระบอก แยกเป็น อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1กระบอก, อาวุธปืนคาร์บิ้น จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนกลมือขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 14 กระบอก, อาวุธปืนขนาด 11 มม.จำนวน3 กระบอก, อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 11 กระบอก, อาวุธปืนขนาด .357 จำนวน 6 กระบอก, อาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 9 กระบอก, อาวุธปืนลูกซองสั้น จำนวน 18 กระบอก, อาวุธลูกปืนซองยาว จำนวน 6 กระบอก, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 25 กระบอก, อาวุธปืนขนาด .45 จำนวน 3 กระบอก, อาวุธปืนยาวอัดลม จำนวน 7 กระบอก, อาวุธปืนขนาดอื่นๆ จำนวน 3 กระบอก และเครื่องกระสุน จำนวน 446 นัด การจับกุมยาเสพติดให้โทษ จำนวน 133 ราย ผู้ต้องหา 138 คน ของกลาง ประกอบด้วย ยาบ้า จำนวน 3,590,100 เม็ด, ยาไอซ์ จำนวน 78.61 กรัม กัญชาแห้ง จำนวน 3,393 กรัม และพืชกระท่อม จำนวน 51.22 กิโลกรัม และมีการจับกุมคดีค้างเก่า จำนวน 20 ราย ได้ผู้ต้องหาจำนวน 20 คน

พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวต่อไปว่า จากของกลางที่มีการจับกุมได้ส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธปืน โดยเฉพาะอาวุธปืนที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้มีการตัดสินใจก่อเหตุความรุนแรง ดังนั้นการระดมกวาดล้างและสามารถตรวจยึดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดคดีอุจฉกรรจ์ที่จะเกิดขึ้นได้ โดยในการทำงานนั้นได้เน้นย้ำการป้องกันปราบปรามก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่หากมีเหตุเกิดขึ้นแล้วก็จะต้องมีการจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้ รวมทั้งให้มีการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.