ปฏิบัติการกู้เรือฟินิกส์ เร่งสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว

ปฏิบัติการกู้เรือฟินิกส์ เร่งสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว

เวลา 10.00 น.วันที่ 14 พ.ย.61 พลตำรวจเอก รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวรักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำสื่อมวลชนไทยและสื่อมวลชนต่างประเทศ กว่า 60 คน ลงพื้นที่ ภูเก็ต ปฏิบัติภารกิจกู้เรือ phenix โดยมีทั้งสื่อไทยและต่างประเทศกว่า 60 คนร่วมทำข่าวการปฎิบัติงานครั้งนี้

สำหรับการกู้เรือ Phoenix ดำเนินการโดยบริษัทซีเควส มารีนจำกัดซึ่งเป็นบริษัท ผู้รับจ้างรายใหม่ จากสิงคโปร์เข้าปฏิบัติภารกิจ ต่อจากบริษัทเดิม ที่ ยกเลิกสัญญา ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เดินทางมาถึง จังหวัด ภูเก็ต เข้าปฏิบัติภารกิจตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 โดยมีทีมงานกว่า 100 ชีวิตติดตั้งอุปกรณ์ใต้น้ำ พร้อมที่จะปฏิบัติการกู้เรือ โดยนำเรือเครนขนาด 1, 200 ตันความยาว 100 เมตรพร้อมเรือลากจูงความยาว 34 เมตร มาร่วมปฏิบัติการ

พล.ต.อ รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของราชการพยายามผลักดันให้มีการกู้เรือให้ได้เพราะซากเรือถือเป็นหลักฐานส่วนหนึ่งที่จะใช้ในการประกอบการดำเนินคดี สำหรับการดำเนินคดี กับผู้กระทำผิดในคดีเรือล่ม พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งอัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ส่งฟ้องต่อศาลแล้ว ในส่วนของปฏิบัติการกู้เรือฟีนิกซ์ในครั้งนี้คาดว่า จะสามารถ กู้เรือขึ้นมาได้ภายในระยะเวลา 5 วันจากนั้นจะมีการตรวจสอบ ทางวิศวกรรม ของเรือว่ามีการก่อสร้างถูกต้องตามแบบแปลนที่กำหนดหรือไม่ และหาข้อมูลว่าเรือดังกล่าวมีการดำเนินการก่อสร้างผิดไปจากแบบแปลนหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบทางคดี เพิ่มเติมทั้งนี้ผลการดำเนินคดีจะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการตรวจสอบเรือด้วย หากพบการกระทำผิดก็จะต้องมีผู้รับผิดชอบ

ด้าน พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวรักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า การพยายามกู้เรือทุกภาคส่วนได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในส่วนของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตโดยกรมเจ้าท่าได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะกู้เรือให้สำเร็จแม้ว่าในครั้งที่ผ่านมาจะดำเนินการไม่สำเร็จก็ตาม โดยในการกู้เรือในครั้งนี้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีความตั้งใจจริงที่จะให้ภารกิจการกู้เรือสำเร็จโดยเร็วที่สุด จึงมอบหมายให้มีการดำเนินการนำเรือเครนจากสิงคโปร์เข้ามาร่วมปฏิบัติการกู้เรือ เนื่องจากศักยภาพของเรือเครนลำดังกล่าว มีน้ำหนักกว่า 1,000 ตันจึงสามารถที่จะกู้เรือขนาดใหญ่ได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ในส่วนของเรือฟีนิกซ์ที่จมอยู่ในท้องน้ำมีน้ำหนัก 200 ตัน พร้อมทั้งได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญมาปฏิบัติการกู้เรือด้วย จึงยืนยันได้ว่าการกู้เรือจะใช้เวลา ไม่เกิน 5 วันก็จะสามารถนำเรือขึ้นมาวางบนคานได้ สำหรับการดำเนินการทางคดีจะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของพล.ต.อ. รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจ
แห่งชาติ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นและส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว โดยมีการออกมาตรการผ่อนปรนวีซ่า 3 ประเภท, การผ่อนปรนการเดินทางผ่านแดนทางช่องทางรถยนต์ ณ จุดตรวจ ของด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ รวมถึงรัฐบาลยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการท่องเที่ยว อาทิ การยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมในช่องทางตรวจของตรวจคนเข้าเมือง,ยกเว้นค่าธรรมเนียม 60 วันในอัตรา 2,000 บาท สำหรับ 20 ประเทศกับ 1 เขตเศรษฐกิจไต้หวัน รวมถึงมีการแก้ไขข้อบังคับของกระทรวงมหาดไทย ในเรื่อง การให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทยแล้ว เมื่อเดินทางออกนอกประเทศแล้วยังสามารถ เข้ามาในประเทศไทยได้อีก ซึ่งมาตรการเหล่านี้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการควบคู่เพื่อแสดงถึงความจริงใจ ในการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว และมีเป้าหมายเพื่อให้รัฐบาลจีนได้เห็นถึงความจริงจังในการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิด และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือภาคเอกชนก็ตาม และรัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นที่จะต้องดำเนินการกู้เรือ Phoenix ขึ้นมาให้ได้ เพื่อจะได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของเรือPhoenix ว่ามีความบกพร่องตรงไหนหรือไม่ และจะได้เข้าสู่กระบวนการหาสาเหตุว่าการเสียชีวิต ของนักท่องเที่ยวชาวจีนเกิดจากสาเหตุใด สำหรับภารกิจการกู้เรือนั้น เรือเครนเดินทางมาถึงเมื่อวาน( 13 พ.ย.61 ) ส่วนของการติดตั้งอุปกรณ์การวางสลิงค์ นักประดาน้ำและผู้เชี่ยวชาญได้ดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 โดยในวันนี้ได้นำสื่อมวลชนต่างๆไปดูที่เกิดเหตุเพื่อให้เห็นภาพของการปฏิบัติการแต่หลังจากวันนี้ก็จะไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่การกู้เรือเพราะขณะที่ดำเนินการจะไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด เพราะ เกรงว่า อาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยได้

โดยเมื่อนำเรือไปขึ้นคานรัตนชัยก็จะเป็นกระบวนการพิสูจน์หลักฐานซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานและผู้เชี่ยวชาญด้านเรือจากต่างประเทศ ร่วมกันตรวจสอบว่า เรือมีการต่อที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ ใครเป็นผู้อนุมัติ พิมพ์เขียว และพิมพ์เขียวมีความสมบูรณ์หรือไม่ มีซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบทุกข้อมูลในทุกด้านให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์อย่างที่สุด

ทั้งนี้จากมาตรการต่างๆเหล่านี้ที่รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าสถานการณ์ภาพรวมด้านการท่องเที่ยว จะเป็นไปตามแผนในการนำรายได้เข้าสู่ประเทศไทย ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งในจำนวนนักท่องเที่ยวที่วางไว้จำนวน 38 ล้านคน และเป้าหมายรายได้ 2 ล้านล้านบาทจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปี 2562 อย่างไรก็ตามขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันบูรณาการกระตุ้นเศรษฐกิจ ร่วมสร้างความเชื่อมั่นสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยทั้งทางรถ ทางเรือและทางอากาศ ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวโดยขณะนี้สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวดีขึ้นตามลำดับ

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.