ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมีประชาชนในพื้นที่ได้ร้องเรียนมายังผู้ตรวจการแผ่นดินถึงกรณีปัญหาการอนุญาตให้เอกชนเข้าทำประโยชน์บนที่ดินสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต และการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนล่วงล้ำลำน้ำบริเวณชุมชนหาดแสนสุข ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ซึ่งทั้งสองกรณีนั้นมีผลกระทบกับประชาชนหลายครัวเรือน วันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจากกรณีดังกล่าว โดยกรณีแรก เป็นกรณีที่สงวนเลี้ยงสัตว์ปากบางและที่สงวนเลี้ยงสัตว์กมลา ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์เลียบหาดกมลาที่ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนหลายครัวเรือนอยู่อาศัยและและทำมาหากินในบริเวณดังกล่าวเต็มพื้นที่ ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ที่พักนักท่องเที่ยว ทั้งที่มีใบอนุญาตถูกต้องและไม่มีใบอนุญาตตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515) ว่าด้วยการขอเข้าอยู่อาศัยหรือขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ จะต้องติดตามตรวจสอบรูปแผนที่และแนวเขตที่ดินอันเป็นหลักฐานสำคัญจากนายอำเภอกะทู้และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา รวมทั้งหารือถึงแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาเชิงระบบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จังหวัดภูเก็ต ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต เพราะหาดกมลานับเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักของจังหวัดภูเก็ตที่รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบในมิติต่าง ๆ อย่างรอบคอบ

นายบูรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตมีคำสั่งให้ประชาชนในชุมชนหาดแสนสุข ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต กว่า 120 หลังคาเรือน รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ล่วงล้ำลำน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัยกันมานานแล้ว และที่ผ่านมาก็ไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้าไปดูแลหรือคัดค้านการก่อสร้างแต่อย่างใด โดยเบื้องต้น กระทรวงคมนาคมได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแจ้ง และการพิจารณาอนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำไว้ว่า หากเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สร้างก่อนวันที่ 23 สิงหาคม 2537 ก็สามารถอนุญาตได้ และสิ่งปลูกสร้าง 17 ประเภท ที่สร้างระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม 2537 ถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 สำนักงานเจ้าท่าสาขาภูเก็ตอาจพิจารณาอนุญาตได้ เช่น ท่าเทียบเรือ สะพานข้ามน้ำแม่น้ำหรือข้ามคลอง กระชังเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ฝายน้ำล้น อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้สำหรับวิถีชุมชนดั้งเดิม เป็นต้น ทั้งนี้ ก็ต้องอาศัยการรวบรวมหลักฐานที่จะบ่งชี้ว่าประชาชนในชุมชนหาดแสนสุขได้เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่เมื่อใด โดยเฉพาะความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ที่อาจจะมีเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นได้ ที่สำคัญคือ การประชุมหารือร่วมกับจังหวัดภูเก็ต ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต และเทศบาลตำบลรัษฎา เพื่อหามาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนในกรณีที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาพื้นที่อื่นเพื่อรองรับการอยู่อาศัยของประชาชนหรือการผ่อนผันให้อยู่ในพื้นที่เดิมเป็นการชั่วคราวไปก่อน เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนในทางใดทางหนึ่ง

“การประชุมหารือในวันนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากนายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันเสนอแนะและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนชาวภูเก็ตที่เดือดร้อน ซึ่งการจัดระเบียบพื้นที่ริมหาดรอบเกาะภูเก็ตให้เรียบร้อยอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งดีที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แต่ต้องไม่ลืมผลกระทบในด้านต่าง ๆ ด้วย และขอให้มั่นใจว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินจะดำเนินการสร้างความเป็นธรรมให้กับทุก ๆ ฝ่าย รวมทั้งรักษาผลประโยชน์ของสาธารณชนไว้อย่างแน่นอน

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.