ผู้ว่าฯภูเก็ต ติดตามงานตามโครงกา ร”วาระยามเช้า บําบัดทุกข์ บํารุงสุข”

ผู้ว่าฯภูเก็ต ติดตามงานตามโครงกา ร”วาระยามเช้า บําบัดทุกข์ บํารุงสุข”

วันนี้ 4 กันยายน 2561 เวลา 07.30 น. ที่ห้องประชุมจวนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามงาน ตามโครงการ “วาระยามเช้า บําบัดทุกข์ บํารุงสุข” และติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลของผู้บริหารจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 31/2561 โดยมีนายสนิท ศรีวิหค,นายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม


โดยนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ติดตามประเด็นสำคัญที่เป็นเรื่องเร่งด่วน คือ ความคืบหน้าการจัดระเบียบท่าเทียบเรือในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้จะให้ความสำคัญกับการรายงานข้อมูลที่ท่าเทียบเรือทุกแห่งได้จัดเก็บอาทิ จำนวนผู้โดยสารที่ลงเรือโดยสารไปท่องเที่ยวในทะเล จำนวนเรือโดยสารที่ออกจากท่าจำนวนกี่ลำเรือแต่ละลำมีเป้าหมายไปท่องเที่ยวที่จุดใด โดยขอให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ตออกแบบรูปแบบรายงานให้มีความชัดเจนเมื่อต้องการข้อมูลดังกล่าวจะต้องสามารถรายงานได้ทันที แล้วจะต้องมีการรายงานผลการดำเนินงานทุก 7 วันในส่วนของการกวดขันเรือเจ้าหน้าที่จะต้องมีการตรวจเรือทุก 3 เดือน หลักการปฏิบัติก่อนผู้โดยสารจะลงเรือท่าเทียบเรือควรจะจัดเก้าอี้ให้ผู้โดยสารนั่งเพื่อดำเนินการเช็ครายชื่อให้ตรงกับตัวบุคคล เมื่อรายชื่อและตัวบุคคลตรงกันแล้วจากนั้นจึงให้ผู้โดยสารลุกขึ้นเพื่อเดินไปลงเรือตามกำหนดเวลา สำหรับการตรวจเรือจะต้องดำเนินการแบบสุ่มตรวจไม่แจ้งให้ท่าเทียบเรือรู้ข้อมูลล่วงหน้าอย่างเด็ดขาด พร้อมกันนี้จังหวัดจะกำหนดหมายเลขโทรศัพท์สายด่วนเพื่อให้ประชาชนจดจำได้ง่าย เพื่อใช้โทรแจ้งกรณีเกิดเหตุทางน้ำด้วย
สำหรับในส่วนของท่าเทียบเรือที่ยังดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือยังไม่ครบถ้วนตามที่ประกาศของจังหวัดขอให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตดำเนินการตรวจสอบและแนะนำให้ดำเนินการให้ถูกต้องในส่วนของมาตรฐานคุณภาพการให้บริการทุกท่าเทียบเรือทั้ง 24 แห่ง จะใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

ปัญหาที่พบจากการสุ่มตรวจขณะนี้ พบว่าในส่วนของเรือ Speed Boat ขณะนี้ยังไม่มีการติดตั้งวิทยุสื่อสารซึ่งสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตจะดำเนินการเร่งรัดให้มีการติดตั้งให้ครบถ้วน พร้อมทั้งขอให้มีการจัดตั้งศูนย์วิทยุสื่อสารบริเวณเกาะราชาเพื่อทำหน้าที่ประสานเรื่องวิทยุสื่อสารด้วย

ในส่วนของDEPAได้ดำเนินการ อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบการจัดเก็บข้อมูลผู้โดยสารและเรือเพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยทางน้ำแล้วจำนวน 12 ท่าเทียบเรือมีผู้ประกอบการบริษัทเดินเรือนำเที่ยวเข้าร่วมอบรมจำนวน 109 บริษัท ทั้งนี้จะดำเนินการกำหนดให้ท่าเทียบเรืออ่าวฉลองที่มีการใช้ระบบอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นต้นแบบให้ท่าเทียบเรืออื่นๆได้เข้ามาศึกษาดูงาน

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.