ทนายความเจ้าของเรือฟีนิกซ์ยื่นหนังสือต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต

ทนายความเจ้าของเรือฟีนิกซ์ยื่นหนังสือต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต

วันที่ 14 ส.ค. 61 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตนายนิพิจฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษากฎหมายของผู้ประกอบการเรือฟินิกซ์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้สังคมและสาธารณะยังคงไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าของ เรือตัวเรือและบริษัทมากเท่าที่ควร ความจริงแล้วอยากจะนำเรื่องนี้มาเปิดเผยตั้งแต่ช่วงที่เกิดเหตุใหม่ๆแต่ด้วยเหตุผลที่ว่ากระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ / ความกังวลเรื่องของผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ซึ่งนางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยการ เจ้าของเรือฟีนิกซ์ (ยุ้ย) และบริษัท ทีซีบลูดรีม จำกัดได้มีการยอมรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวนในการทำคดีมาโดยตลอด และในขณะที่เรือฟินิกซ์ล่มเจ้าของเรือและทีมงานบริษัทฯก็ยังได้ลงไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวด้วยตัวเองและหลังจากมีผู้เสียชีวิตในวันรุ่งขึ้นก็ได้มีโอกาสไปช่วยเหลือสนับสนุนในเรื่องของอาหารเครื่องดื่มและสิ่งต่าง ๆ มาคอยบริการให้แก่อาสาสมัครและญาติผู้เสียชีวิตและในการช่วยกู้เรือกู้ภัยจนกระทั่งได้ถูกคดีในข้อหาประมาทและทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งทางทนายได้ดำเนินการยืนขอการประกันตัวและทางศาลไม่ให้การประกันตัวเจ้าของเรือ ทั้งนี้ได้ชมเชยเจ้าหน้าที่พนักงานตำรวจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่ทำคดีอย่างตรงไปตรงมามาโดยตลอด แต่ยังคงมีข้อขัดค้านในเรื่องของการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาการเป็นนอมินีของตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีพนักงานสอบสวนซึ่งมาจากสำนักงานตำรวจท่องเที่ยวได้เข้าไปพบเจ้าของเรือและได้มีการบีบบังคับให้เจ้าของเรือรับสารภาพว่าเป็นนอมินีบริษัทร่วมทุน ซึ่งในขณะที่มีการสนทนากันได้มีการอัดคลิปเสียงไว้ทั้งหมด ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นฟ้องต่อศาลและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)

ซึ่งในวันนี้ก็ได้เป็นตัวแทนเจ้าของเรือในการมายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ว่าสิ่งใดๆก็ตามที่เจ้าของเรือให้การไปถือว่าเป็นโมฆะ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าของเรือจะไม่ให้การสอบสวนแก่พนักงานสอบสวนใดๆทั้งสิ้น ถ้ามีคำให้การหรือการสอบสวนเพิ่มเติม ก็ถือให้คำให้การนั้นเป็นไปด้วยความมิชอบ เนื่องจากไม่มีทนายความอยู่ด้วย
ส่วนในเรือของเรือที่ไม่ได้มาตรฐาน ต้องไปตรวจสอบว่าผู้ที่ไปจดทะเบียนว่าเป็นใคร ซึ่งต้องแยกให้ออกว่าเป็นความประมาทหรือเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งมีความมั่นใจว่าบริษัททำถูกต้องตามกฎหมายซึ่งในช่วงวันที่เกิดเหตุนั้นได้มีพายุลมแรงเกิดขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเหลือล่ม

และในเรื่องของการต่อสู้คดีหลังจากนี้ จะไปขอดำเนินการไต่สวนต่อศาล ว่าคำคัดค้านของตำรวจไม่มีเหตุผล แต่ใช้เสรีภาพของผู้ต้องหาต่อรอง และใช้ศาลเป็นเครื่องมือในการกักขังบุคคล ซึ่งจะมีการเดินทางไปยื่นต่อศาลและจะต้อสู้ตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญและตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.