สัมมนาเรื่องแนวทางดำเนินการให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัย

สัมมนาเรื่องแนวทางดำเนินการให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัย

วันที่ 7 ส.ค. 61 ที่ห้องกานดาฮอลล์ ชั้น 2 โรงแรมกะตะบีช รีสอร์ท แอนด์สปา อ.เมือง จ.ภูเก็ต คณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดการสัมมนา เรื่อง “แนวทางดำเนินการให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัย เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์” โดยได้รับเกียรติจากพลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ เป็นประธานเปิดการสัมมนา นอกจากนี้ยังมีพลตำรวจโทวิบูลย์ บางท่าไม้ กรรมาธิการฯ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการกิจการตำรวจ, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรกาค 8,นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ ผู้จัดการแผนงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลกด้านความปลอดภัยทางถนน, ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม, ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคง, ฝ่ายปกครองท้องที่, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้แทนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด, ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, ผู้แทนองค์กรอิสระ, สื่อมวลชน, นักเรียนและกรรมาธิการฯ เข้าร่วม


สำหรับการจัดสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ตระหนักถึงความสำคัญในการสวมหมวกนิรภัยในขณะขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์บนท้องถนน, เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและนำเสนอข้อเท็จจริงและสภาพปัญหา ตลอดจนเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยในขณะขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์ รวมทั้งเพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการสัมมนาไปกำหนดแนวทางเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยในขณะขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์ เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของผู้ใช้รถจักรยานยนต์เมื่อประสบอุบัติเหตุ

ในการนี้นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ ผู้จัดการแผนงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลกด้านความปลอดภัยทางถนน และคณะได้ยื่นหนังสือต่อพลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการฯ เสนอแนะการบังคับใช้กฎหมายด้านการจราจรให้มีประสิทธิภาพ มีเนื้อหาสำคัญ 3 เรื่องหลัก คือ สนับสนุนให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการกวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มข้น โดยใช้แนวทางของตำรวจภูธรภาค 8 ที่ได้ดำเนินการจนประสบความสำเร็จระดับหนึ่งไปทั่วประเทศ, เสนอนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาแก้ไขประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 111/2557 โดยเพิ่มเติม“มาตรา 7 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดระบบการบริหาร การปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา การป้องกันและการบังคับใช้กฎหมายด้านการจราจร การรักษาความสงบเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัยของประชาชนให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละท้องถิ่นและชุมชน โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภาคเอกชนมีส่วนร่วม ทั้งด้านนโยบาย งบประมาณสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายและอาสาสมัคร ตลอดจนการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานตำรวจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ต.ช. และกระทรวงมหาดไทยร่วมกันกำหนด” ทั้งนี้เพื่อให้ท้องถิ่นต่างๆสามารถสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์และงบดำเนินการแก่ตำรวจจราจรในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนให้มีการปรับปรุงระเบียบและกฎหมายเพื่อให้ภาคเอกชนสามารถลงทุนเครื่องมือและเทคโนโลยีในลักษณะจ้างเหมาบริการ (Outsource) เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีครอบคลุมกว้างขวางขึ้นโดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน

พลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขณะนี้ในร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฉบับใหม่ได้มีการเขียนในเรื่องของการใช้ค่าปรับจากการจราจรไว้แล้วในมาตร 144 ว่าให้สามารถนำเงินจากกองทุนมาใช้ในการบริหารงานด้านการจราจรอยู่แล้ว แต่ทางคณะกรรมาธิการฯ จะได้มีการนำเสนอที่รับไปศึกษาเพิ่มเติม เพื่อนำใช้ในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่อไป ในส่วนของการจะให้เอกชนมามีส่วนร่วมในเรื่องของการจราจรนั้น เนื่องจากจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายซึ่งจะรับเรื่องไว้ไปศึกษาเพิ่มเติมก่อนว่าทำได้มากน้อยเพียงใดอย่างไร

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.