ภูเก็ตจัดเจรจานอกรอบ กรณีเอกชนฟ้องชาวไทยใหม่

วันนี้ (15 ธ.ค.) นายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างเอกชนและชาวบ้านหมู่บ้านไทยใหม่ ม.2 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต กรณีชาวบ้านถูกภาคเอกชนฟ้องขับไล่ออกจากพื้นที่ โดยมีนายขันตี ศิลปะ นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายภูวนารถ บัวเนียม ผู้ประสานงานเครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาภูเก็ต นายประเสริฐ นันตโลหิต ทนายความตัวแทนภาคเอกชน และชาวไทยใหม่จำนวนหนึ่งเข้าร่วม

นายภูวนารถ บัวเนียม ผู้ประสานงานเครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาภูเก็ต ในฐานะตัวแทนชาวไทยใหม่ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้คณะศาลไกล่เกลี่ย จ.ภูเก็ต ได้หารือและคิดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะมีทางออกดีกว่าการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน และให้มีการหารือนอกรอบระหว่างโจทย์ซึ่งเป็นภาคเอกชน และจำเลย ซึ่งเป็นชาวบ้านชาวไทยใหม่ จึงนัดหารือเพื่อหาข้อสรุปขึ้น โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการหารือ

สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาชาวบ้านไทยใหม่ หรือชาวเล ต.ราไวย์ ได้เข้ามาอยู่อาศัยนับร้อยๆ ปี โดยโฉนดแปลงดังกล่าวได้ออกมาเมื่อ พ.ศ. 2514 ซึ่งตนคิดว่าการอาศัยครอบครองมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษน่าจะมีสิทธิ์ในพื้นที่ แต่ขณะนี้ชาวบ้านถูกฟ้องขับไล่ออกจากพื้นที่ โดยเจ้าของโฉนดจะเข้ามาปรับปรุงพื้นที่เพื่อสร้างเป็นร้านขายของที่ระลึก และจะสร้างบ้านพักให้ชาวบ้าน และให้ชาวบ้านเข้าไปจำหน่ายขายของที่ระลึก เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

“แต่โดยส่วนตัวมองว่าการพัฒนาพื้นที่นั้นต้องพัฒนาทั้งระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลี่อมล้ำกันในชุมชน หากมีการพัฒนาในพื้นที่ต้องการให้รัฐเข้ามาพัฒนาและรัฐจะต้องให้สวัสดิการแก่ชุมชน รวมทั้งสนับสนุนขนบธรรมเนียมประเพณี การฟื้นฟูวิถีชีวิตดั้งเดิม เพื่อให้กลุ่มชาวไทยไหม่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนข้อเสนอของเจ้าของโฉนดนั้นได้รับหลักการไปเพื่อนำเสนอชาวบ้าน แต่ชาวบ้านจะเห็นด้วยหรือไม่เป็นสิทธิ์ของชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านจะต้องประชุมเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งและหาข้อสรุปให้ได้ก่อนวัน ที่ 26 ม.ค.53”

ด้าน นายประเสริฐ นันตโลหิต ทนายความตัวแทนภาคเอกชน กล่าวว่า สำหรับการหารือในครั้งนี้ เจ้าของพื้นที่ต้องการเข้าไปรังวัดพื้นที่ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 12618 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 2 ไร่ 37 ตารางวา และ ต้องการสำรวจจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในโฉนดเลขที่ดังกล่าวว่ามีจำนวนกี่ครัวเรือน ครัวเรือนละกี่คน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเจ้าของที่ดินได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวมา แต่ไม่สามารถเข้าไปรังวัดแนวเขตหรือประกอบกิจการใดๆ กับพื้นที่ได้ เนื่องจากชาวบ้านไทยใหม่อ้างว่าได้อยู่มาก่อนการออกโฉนดแปลงดังกล่าว ดังนั้นเจ้าของที่ดินจึงได้ยื่นต่อศาลจังหวัดภูเก็ตเพื่อขับไล่ชาวบ้านจำนวน 13 ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ในที่ดินดังกล่าวออกจากพื้นที่ และศาลจะนัดสืบพยานในวันที่ 26 ม.ค.นี้

นายประเสริฐ ยังกล่าวอีกว่า ทางเจ้าของที่ดินมีแนวคิดว่า หลังจากการพัฒนาสร้างร้านขายของที่ระลึกเสร็จเรียบร้อยก็จะให้ชาวบ้านที่อยู่เดิมเข้าไปขายของเพื่อสร้างรายได้ และจะสร้างบ้านที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้านและความจริงแล้ว เจ้าของที่ดินนั้นไม่อยากจะดำเนินฟ้องขับไล่ชาวบ้าน แต่เนื่องจากเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรม

Share:

Related Post

Subscribe
Notify of
guest

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

2 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments
ถ้าจริงก็ดีหรอก

หลังจากการพัฒนาสร้างร้านขายของที่ระลึกเสร็จเรียบร้อยก็จะให้ชาวบ้านที่ อยู่เดิมเข้าไปขายของเพื่อสร้างรายได้ และจะสร้างบ้านที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้านและความจริงแล้ว เจ้าของที่ดินนั้นไม่อยากจะดำเนินฟ้องขับไล่ชาวบ้าน แต่เนื่องจากเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรม

angel

เค้าอยู่มาเป็นร้อย ๆ ปี แล้วไม่ใช่หรอค่ะ

2
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x