ภูเก็ตแถลงข่าวสรุปผลการตรวจสอบกรณีการสร้างอาคารบดบังทัศนียภาพบริเวณเส้นทางไหล่เขาแหลมกระทิง

ภูเก็ตแถลงข่าวสรุปผลการตรวจสอบกรณีการสร้างอาคารบดบังทัศนียภาพบริเวณเส้นทางไหล่เขาแหลมกระทิง

วันที่ 16 สิงหาคม 60 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายนรภัทรปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการแถลงข่าวโครงการผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พบสื่อมวลชน ครั้งที่ 11/2560 โดยมี นายสนิท ศรีวิหค ,นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว ปลัดจังหวัดภูเก็ต นางบุษยา ใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต และสื่อมวลชนในจังหวัดภูเก็ต กว่า 70 คน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้แถลงต่อสื่อมวลชน ถึงความคืบหน้าการ กรณี การตรวจสอบการสร้างอาคารบดบังทัศนียภาพ บริเวณเส้นทางไหล่เขาแหลมกระทิง ว่า ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวผ่านโซเชียลมีเดียให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก่อสร้าง อาคาร บดบังทัศนียภาพบริเวณเส้นทางไหล่เขาแหลมกระทิง นั้น จังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้ สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว โดยได้ข้อสรุปดังนี้ จากการตรวจสอบการได้มาและความถูกต้องของโฉนดที่ดินที่ก่อสร้างอาคารดังกล่าว ผลปรากฏข้อเท็จจริงว่าตำแหน่งที่ดินที่มีการปลูกสร้างอาคารมีหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ 113311 เลขที่ดิน 14 หน้าสำรวจ 13743 ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ปัจจุบัน นายองอาจ ทองเพชรบูรพา และ นายทัดณัฐ ฉันทธรรม์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวแบ่งแยกมาจากโฉนดที่ดินเลขที่ 96799 ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2559 ปัจจุบันโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวคงเหลือเนื้อที่ 4-0-68.4 ไร่มีนายสุศวัส จิวสุวรรณ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการได้มาของโฉนดที่ดินเลขที่ 96799 ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามหนังสือที่ ภก0020.4/12672 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2560 เห็นว่าการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ระเบียบ และกฎหมายแล้วจึงเป็นการออกโฉดที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น โฉนดที่ดินแปลงที่แบ่งแยกจากโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว จึงเป็นการออกโฉนดที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน

จังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี การสร้างอาคารบดบังทัศนียภาพ บริเวณเส้นทางไหล่เขาแหลมกระทิง การออกโฉนดที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่พบอาคารก่อสร้างบดบังทัศนียภาพบริเวณอ่าวเสน ร้อยละ 94.04และมีการก่อสร้างอาคารโดยต่อเติมอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต

จังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี การสร้างอาคารบดบังทัศนียภาพ บริเวณเส้นทางไหล่เขาแหลมกระทิง การออกโฉนดที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่พบอาคารก่อสร้างบดบังทัศนียภาพบริเวณอ่าวเสน ร้อยละ 94.04และมีการก่อสร้างอาคารโดยต่อเติมอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต
ในส่วนของ ปัญหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขออนุญาตและการก่อสร้างอาคาร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ตได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังนี้ อาคาร ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.1) เลขที่ 161/2559 ออกให้โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่น เทศบาลตำบลราไวย์ เป็นอาคาร ค.ส.ล. 3 ชั้น จำนวน 4 หลัง ได้แก่ อาคาร A1, A2, B1 และB2 มีพื้นที่อาคารรวม เท่ากับ 887.12 ตารางเมตร เพื่อใช้เป็นบ้านพักอาศัย ,ที่ตั้งอาคารตามผังเมืองรวมจังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2554 อยู่ในที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (สีเหลือง) หมายเลข 1.54 ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2554 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

สำหรับผลการตรวจสอบพื้นที่การก่อสร้างอาคารบดบังทัศนียภาพ บริเวณอ่าวเสน เขตเทศบาลตำบล ราไวย์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2560 เพื่อหาระยะห่างของตำแหน่งที่ตั้งอาคารที่บดบังทัศนียภาพบริเวณอ่าวเสนกับแนวชายฝั่งทะเล (แนวที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุดตามปกติทางธรรมชาติ) ปรากฏว่าขอบของแปลงที่ดินที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคารมีระยะห่างจากแนวชายฝั่งทะเล (ใกล้สุด-ไกลสุด) อยู่ในระยะระหว่าง 20-54 เมตร ดังนั้นตำแหน่งที่ตั้งของอาคารเกือบทั้งหมด จึงตั้งในพื้นที่บริเวณที่ 1 (ประมาณร้อยละ 94.04)และคาบเกี่ยวพื้นที่บริเวณที่ 2 (ประมาณร้อยละ 5.06) ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 20 (พ.ศ. 2536) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นระยะและพื้นที่บริเวณเดียวกันกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2553 และ ผลการตรวจสอบอาคารที่บดบังทัศนียภาพบริเวณอ่าวเสน ชนิด ค.ส.ล. ทั้ง 4 หลัง พบว่ามีการก่อสร้างและต่อเติมอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต

จากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของอาคาร ระยะห่างของอาคารกับแนวชายฝั่งทะเล และการก่อสร้างในพื้นที่จริง ได้มีข้อสรุปว่าอาคารที่บดบังทัศนียภาพบริเวณอ่าวเสนเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 94.04) ตั้งอยู่ในบริเวณที่ 1 คือพื้นที่ในบริเวณที่วัดจากแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของเกาะภูเก็ตเข้าไปในแผ่นดินเป็นระยะ 50 เมตร โดยพบว่าการก่อสร้างอาคารดังกล่าวมีการต่อเติมอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตทำให้มีระยะถอยร่นของแนวอาคารกับกึ่งกลางถนนสาธารณะไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ การก่อสร้างอาคารตามกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และการก่อสร้างอาคารมีขนาดพื้นที่อาคารคลุมดิน (ชั้นล่าง) ผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต โดยมีขนาดพื้นที่อาคารคลุมดินที่ได้รับอนุญาต เท่ากับ 293.50 ตารางเมตร แต่มีขนาดพื้นที่อาคารคลุมดินที่ก่อสร้างจริงเท่ากับ 846 ตารางเมตร (คิดเป็นพื้นที่ร้อยละ 47.07) ส่งผลให้โครงการดังกล่าวมีขนาดพื้นที่อาคารคลุมดินมากกว่าแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตประมาณ 552.5 ตารางเมตร ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงส่งผลให้อาคารที่บดบังทัศนียภาพบริเวณอ่าวเสน เขตเทศบาลตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เป็นอาคารที่มีความสูง ประเภทอาคาร ขนาดพื้นที่อาคารคลุมดินต่อหลัง และสัดส่วนของพื้นที่ว่างของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต ขัดกับข้อกำหนดตามความในข้อ 2 (ก) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 20 (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และขัดกับข้อกำหนดตามความในข้อ 8 (1) , ข้อ 9 (1) และข้อ 10 (1) , (3) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2553 ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

จังหวัดภูเก็ตจึงได้สั่งการให้หน่วยงานผู้ดูแลกฎหมายที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้การก่อสร้างอาคารเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

Related Post

Leave a Reply