สภากาชาดไทยจัดโครงการ พัฒนาจิตอาสา สู่อาสาสมัครสภากาชาดไทย

สภากาชาดไทยจัดโครงการ พัฒนาจิตอาสา สู่อาสาสมัครสภากาชาดไทย

วันที่ 15 มิ.ย. 60 ที่ห้องราชพฤกษ์ ตึกคุณพุ่ม โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการอบรมการช่วยเหลือผู้สูงอายุ โดยมีนายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นางสุดาวรรณ ปลอดทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และผู้เข้ารับการอบรม เข้าร่วม

สภากาชาดไทยจัดโครงการ พัฒนาจิตอาสา สู่อาสาสมัครสภากาชาดไทย

สภากาชาดไทยจัดโครงการ พัฒนาจิตอาสา สู่อาสาสมัครสภากาชาดไทย

สภากาชาดไทยจัดโครงการ พัฒนาจิตอาสา สู่อาสาสมัครสภากาชาดไทย

สภากาชาดไทยจัดโครงการ พัฒนาจิตอาสา สู่อาสาสมัครสภากาชาดไทย
นางสุดาวรรณ กล่าวว่า ตามที่ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย สภากาชาดไทยได้ร่วมกับสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดและเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต กำหนดจัดอบรม หลักสูตรวิทยากรการช่วยเหลือผู้สูงอายุไปเมื่อวันที่ 23-27 ม.ค. 60 แก่บุคลากรทางด้านสาธารณสุขและกรรมการเหล่ากาชาดจาก 6 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่จังหวัดระยอง ลำพูน ร้อยเอ็ด ยโสธร กาฬสินธุ์ และจังหวัดภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้วิทยากรเครือข่ายทั้ง 6 จังหวัดนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอด ขยายผลการให้ความรู้เรื่องการดูแลผู้สูงอายุแก่อาสาสมัคร ญาติและผู้ดูแลผู้สูงอายุจังหวัดละ 84 คน โดยแบ่งการอบรมเป็นจังหวัดละ 2 รุ่น ๆ ละ 42 คน รวมอาสาสมัครที่เป็นวิทยากรเครือข่ายจาก 6 จังหวัดจำนวนทั้งสิ้น 504 คน
สำหรับจังหวัดภูเก็ต ได้มีการจัดโครงการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 18-20 เม.ย. 60 มีผู้ผ่านการอบรมทั้งสิ้นจำนวน 42 คน ซึ่งเป็นอาสาสมัครจากทั้ง 18 ตำบลของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลักจากการอบรมแล้วนั้น ทีมวิทยากรเครือข่ายและอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมพร้อมด้วยคณะได้ลงพื้นที่ เพื่อประเมินอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมถึงขั้นตอนความถูกต้องในการดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ พร้อมทั้งให้คำแนะนำโดยทีมวิทยากรเครือข่ายและ เพื่อที่ผู้สูงอายุในชุมชนจะได้รับการช่วยเหลือ สงเคราะห์จากเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสมโดยมีคณะจากเหล่ากาชาดจังหวัด ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและวิเคราะห์ถึงปัญหาความเดือดร้อนของแต่ละครอบครัว ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุถึงเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้สูงอายุและการมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชนของตนเองได้ต่อไปอย่างยั่งยืน

ขณะที่นายสนิท กล่าวว่า การจัดโครงการดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงต้องมีผู้ที่มีความรู้ในการดูแลและถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

Related Post

Leave a Reply