รมช.คมนาคม เตรียมงบ 134 ล้านบาทพัฒนาท่าเรือน้ำลึก

วันนี้ (26 พ.ย. 52) นายเกื้อกูล  ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชลอ  คชรัตน์ อธิบดีกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีพร้อมคณะ เดินทางตรวจราชการจังหวัดภูเก็ต โดยออกตรวจดูท่าเทียบเรือสำราญกีฬา ความเหมาะสมของการวางทุ่นป้องกันคลื่นที่บริเวณอ่าวปอ ต. ป่าคลอก อ. ถลาง หลังจากนั้นคณะออกตรวจท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ต. วิชิต อ. เมือง พร้อมฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการท่าเรือ ต่อจากนั้น คณะได้เดินทางไปยังท่าเทียบเรือสำราญกีฬา ต. ฉลอง อ. เมือง จ. ภูเก็ต

นายเกื้อกูล กล่าวว่า ทางคณะผู้บริหารเดินทางมาตรวจท่าเรือมารีน่า อ่าวปอ ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ท่าเรือฉลอง เพื่อต้องการมารับฟัง  รับ ทราบปัญหาว่ามีอะไรบ้าง ตรงไหนที่กระทรวงมาร่วมพัฒนาเพิ่มศักยภาพ โดยเฉพาะท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเห็นว่า บริษัทสามารถบริหารได้เป็นทั้งท่าเรือน้ำลึกและท่าเรือขนส่งสินค้า รวมทั้งท่าเรือรองรับนักท่องเที่ยวรวมถึงท่าเรือประมงด้วย เชื่อศักยภาพสามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้  แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ท่าเรือดังกล่าวมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เช่น สัญญาเช่าที่มีกับกรมธนารักษ์ก็ต้องเช่าต่อไป นอกจากนี้ได้มีการกำชับให้ดูแลสภาพแวดล้อมและการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่ง ขึ้น

นาย เกื้อกูล กล่าวอีกว่า ในส่วนของแผนพัฒนาท่าเรือนั้น ขณะนี้ บริษัทเจ้าพระยาที่เช่าอยู่ก็ได้มีแผนพัฒนาอยู่แล้ว และจะมีการพิจารณาแผนพัฒนาร่วมกัน ส่วนสัญญาใหม่ที่จะหมดก็ขึ้นอยู่กับกรมธนารักษ์ที่จะคุยกับบริษัทต่อไป ทั้งนี้ในส่วนแผนของกรมฯ ได้มีแบบขยายท่าเรือ เพื่อรองรับเรือขนาด 9,000-20,000 เดทเวทตัน สามารถจอดเทียบท่าขนสินค้าได้สะดวก โดยจะมีงบประมาณเตรียมไว้ประมาณ 134 ล้านบาทเศษ แยกเป็นงบปี 2554 26 ล้านบาทเศษ และปี 2555  107 ล้านบาทเศษ ในการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย คือ ไทย  มาเลเซีย  อินโดนีเซีย ในการรองรับการพัฒนารองรับการเปิดการค้าเสรีโลกด้วย

นาย ชลอ กล่าวว่า การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อต้องใช้ขนส่งสินค้าทงทะเลของภาคใต้ตอนบน เพื่อขนส่งสินค้าไปยังตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกา ซึ่งเป็นการศึกษาไว้เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา แต่จากการดำเนินการ ปรากฏว่า ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เดิมจะใช้เป็นเพียงขนส่งสินค้าเท่านั้น แต่ต้องปรับเป็นเพื่อขนส่งนักท่องเที่ยวด้วย เพื่อต้องการให้ท่าเรือบริหารจัดการได้ ก๖องทำเป็นท่าเรืออเนกประสงค์ ซึ่งถือว่าผิดเป้าไปเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม การบริหารของบริษัทที่ผ่านมาก็พออยู่ได้ แต่ทั้งนี้ในอนาคต สัญญาที่จะกำลังพิจารณาใหม่นั้น ทางกรมธนารักษ์ต้องให้สัญญาที่ยาวขึ้นจากเดิม 2-3 ปี ต้องเป็นระยะ 5-10 ปี อย่างเช่น ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ให้สัมปทาน 30  ปี เขาจะได้วางแผนติดตั้งเครื่องไม้ เครื่องมือได้ดีกว่านี้

Share:

Related Post

Subscribe
Notify of
guest

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x