พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ 23 ก.พ. 2560

พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ 23 ก.พ. 2560

นายสุรัฐ สิริไสยาสน์ ผอ. สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต เปิดเผยว่า ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการจัดระเบียบเรียบร้อยทางสังคมและแก้ไขปัญหาผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อทวงคืนทรัพย์สินของชาติให้กลับคืนมาเป็นของประชาชนคนไทยทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบรถตู้สาธารณะ การแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนของกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มนายทุนในพื้นที่ต่าง ๆ รัฐบาล ได้มอบนโยบายให้กรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา นั่นคือ “สิ่งล่วงล้ำลำน้ำ” เพื่อควบคุมการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดลงไปในแม่น้ำ ลำคลอง ทะเล ชายหาดสาธารณประโยชน์ นำกลับมาเป็นของส่วนรวมเพื่อประโยชน์ในการรักษาลำน้ำสำหรับการพาณิชยนาวี การเกษตรกรรม และการป้องกันอุทกภัย โดยให้ดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ที่บางครั้งอาจเกิดความเข้าใจไม่ถูกต้อง ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนโดยไม่ได้ขออนุญาตจากกรมเจ้าท่า เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นการปลูกสร้างในที่ดินอันมีกรรมสิทธิ์ของตนแต่ที่ดินได้ถูกน้ำกัดเซาะจนกลายสภาพเป็นที่ทางน้ำและไม่ได้มีการท้วงติงกันจนกลายเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นการปลูกสร้างล่วงล้ำเข้ามาในที่ทางน้ำเช่นกัน ในขณะเดียวกันได้กำชับให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้มีความเหมาะสม สอดคล้องเป็นปัจจุบัน โดยบังคับใช้อย่างเข้มงวดและจริงจัง

กรมเจ้าท่า ประชาสัมพันธ์ พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ 23 ก.พ. 2560

กรมเจ้าท่า ประชาสัมพันธ์ พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ 23 ก.พ. 2560

กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้ ได้ทำการร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 ซึ่งได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2560 และจะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 23 ก.พ. 2560 โดยในบทบัญญัติจะเพิ่มอัตราโทษของความผิดเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยผิดกฎหมายให้มากขึ้นจากเดิม ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ จำเป็นต้องรู้เพื่อจะได้ปฏิบัติหรือดำเนินการให้ถูกต้อง. โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำทั้งที่ไม่เคยได้รับอนุญาต หรือเคยได้รับอนุญาตแต่ปลูกสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ได้รับอนุญาตก่อนวันที่ 23 ก.พ. 2560 ต้องแจ้งต่อกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาที่สิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ตามแบบการแจ้ง ภายในวันที่ 22 มิ.ย. 2560 จากนั้นกรมเจ้าท่าจะแจ้งให้ทราบว่า ออกใบอนุญาตให้ได้หรือให้ทำการรื้อถอนภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแบบการแจ้ง

กรณีออกใบอนุญาตให้แล้ว กรมเจ้าท่าจะแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองยื่นคำร้องเพื่อขอรับใบอนุญาต พร้อมชำระค่าปรับเพื่อการออกใบอนุญาตในอัตราตารางเมตรละไม่น้อยกว่า 500 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งกรมเจ้าท่าจะดำเนินการออกใบอนุญาตให้ภายใน 120 วันนับตั้งแต่วันที่รับเอกสารครบถ้วน

สำหรับกรณีไม่ได้รับการออกใบอนุญาต กรมเจ้าท่าจะออกคำสั่งให้ทำการรื้อถอน หรือแก้ไขสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำนั้น โดยกำหนดระยะเวลาให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี แต่ไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่สิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำตั้งอยู่ แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อฟ้องศาล โดยมีโทษปรับตารางเมตรละไม่น้อยกว่า 500 บาท แต่ไม่เกินตารางเมตรละ 10,000 บาท หากเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา กรมเจ้าท่าจะดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำนั้น โดยค่าใช้จ่ายจะเป็นของเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างนั้น

หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างไม่เคยได้รับอนุญาต หรือเคยได้รับอนุญาตแต่ปลูกสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ได้รับอนุญาต ก่อนวันที่ 23 ก.พ. 2560 ไม่ทำการแจ้งต่อกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาที่สิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำนั้นตั้งอยู่ ภายในวันที่ 22 มิ.ย. 2560 กรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค จะมีหนังสือแจ้งให้ทำการรื้อถอน หรือแก้ไขสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำนั้นให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี แต่ไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อส่งฟ้องศาล มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับเป็นตารางเมตรที่ล่วงล้ำน่านน้ำ ในอัตราตารางเมตรละไม่น้อยกว่า 1,000 บาท แต่ไม่เกินตารางเมตรละ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้จะต้องถูกปรับเป็นรายวันวันละไม่เกินตารางเมตรละ 20,000 บาท หากไม่ปฏิบัติตามหรือจนกว่ามีการปฏิบัติตามแล้วเสร็จ ส่วนผู้ประสงค์จะทำการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ต้องดำเนินการขออนุญาตก่อนดำเนินการ หากฝ่าฝืนปลูกสร้างก่อนได้รับอนุญาต หรือปลูกสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ได้รับอนุญาต ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. 2560 จะถูกดำเนินการเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่สำคัญ คือ ต้องมีลักษณะหรือสภาพไม่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือหรือการสัญจรทางน้ำ เมื่อปลูกสร้างแล้วจะไม่ทำให้ทางน้ำเปลี่ยนแปลง การใช้ประโยชน์จะไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต้องไม่รบกวนสิทธิต่าง ๆ ของผู้ที่อยู่ข้างเคียงตลอดจนผลประโยชน์ของมหาชนโดยส่วนรวม

ทั้งนี้ กรมเจ้าท่า ได้ตั้งเป้าหมายในการดำเนินการกับผู้บุกรุกล่วงล้ำลำน้ำทั่วประเทศ ให้ลดจำนวนลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ภายใน 1 ปี โดยเฉพาะผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่รุกล้ำเชิงพาณิชย์เมื่อกฎหมายที่ได้รับการปรับปรุงฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว ย่อมจะทำให้กลไกสำหรับการป้องกันปัญหาการรุกน่านน้ำของไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเป็นการรักษาทรัพยากรน้ำ รักษาพื้นที่สาธารณะเพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดของประชาชนต่อไป สำหรับรายละเอียดการดำเนินการ ช่องทางและวิธีการแจ้งแนวทางปฏิบัติ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมเจ้าท่า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักกฎหมาย กรมเจ้าท่า โทร 0-2233-1311-8 ต่อ 252,381

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.