สสค.ภูเก็ต จัดประชุมเพื่อขจัดปัญหาการทำประมง IUU และการค้ามนุษย์บนเรือประมง

สสค.ภูเก็ต จัดประชุมเพื่อขจัดปัญหาการทำประมง IUU และการค้ามนุษย์บนเรือประมง

วันที่ 21 ธันวาคม 2559 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานประชุมคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเล และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีนายเกรียงไกร อาภาบุษยพันธุ์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต, ผู้แทนผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, ผู้แทนผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต, ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจังหวัดภูเก็ต, ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ผู้แทนประมงจังหวัดภูเก็ต, ผู้แทนแรงงานจังหวัดภูเก็ต,ผู้แทนผู้กำกับการ 8 กองบัญชาการตำรวจน้ำ, ผู้แทนจัดหางานจังหวัดภูเก็ต, ผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมประชุม เพื่อรายงานผล ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกันของคณะทำงาน ในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเลและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ในปีงบประมาณ 2559 และแผนการปฏิบัติงานในปี 2560

สสค.ภูเก็ต จัดประชุมคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ฯ วางแผนเร่งดำเนินหนังสือคนประจำเรือ (Sea Book) สำหรับแรงงานต่างด้าว เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการขจัดปัญหาการทำประมง IUU และการค้ามนุษย์บนเรือประมง

สสค.ภูเก็ต จัดประชุมคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ฯ วางแผนเร่งดำเนินหนังสือคนประจำเรือ (Sea Book) สำหรับแรงงานต่างด้าว เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการขจัดปัญหาการทำประมง IUU และการค้ามนุษย์บนเรือประมง

สสค.ภูเก็ต จัดประชุมคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ฯ วางแผนเร่งดำเนินหนังสือคนประจำเรือ (Sea Book) สำหรับแรงงานต่างด้าว เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการขจัดปัญหาการทำประมง IUU และการค้ามนุษย์บนเรือประมง

โอกาสนี้ นายเกรียงไกร อาภาบุษยพันธุ์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต ได้รายงานต่อที่ประชุมว่าในปี 2559 ที่ผ่านมาคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเล และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ได้ดำเนินการตรวจเรือประมงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจำนวน 4 ครั้ง เรือ 11 ลำ ลูกจ้างทั้งหมด 210 คน ส่วนใหญ่มีการดำเนินการที่ถูกกฎหมายมีใบอนุญาต ครบถ้วน

ทั้งนี้พบการกระทำผิด 1 รายคือเรือประมงอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานในเรือประมงซึ่งได้ดำเนินการ ตามกฎหมายปรับเป็นเงินจำนวน 100,000 บาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า อยากให้คณะทำงานที่ทำหน้าที่ในการตรวจสภาพการจ้างสภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงและกิจการที่เกี่ยวเนื่องให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการกิจการประมงทะเลจะต้องมีการดำเนินการทำงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยเช่นเรือประมงที่มีการต้มปลาในทะเลจะต้อง ระมัดระวังเรื่องการปล่อยน้ำเสียและขยะ สิ่งปฏิกูลที่จะลงไปในทะเล ด้วย และขอให้เร่งดำเนินการเรื่องการออกหนังสือคนประจำเรือ (Sea Book) สำหรับแรงงานต่างด้าวให้เร็วที่สุดตามนโยบายของรัฐบาล โดยขอให้เจ้าที่ทุกส่วนทำงานด้วยจิตบริการยิ้มแย้มแจ่มใสต่อผู้รับบริการทุกประเภทเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร จังหวัดและประเทศชาติ
ด้านนางวรรลี สิงห์ธงนาม เจ้าพนักงานประมงชำนาญงานสำนักงาน ประมงจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการดำเนินการ หนังสือคนประจำเรือ (Sea Book) สำหรับแรงงานต่างด้าวว่า ตามที่กรมประมง ประกาศแจ้งให้เจ้าของเรือประมงพาณิชย์ ขนาดตั้งแต่ 10- 30 ตันกรอสขึ้นไปมีแรงงานต่างด้าว ยื่นคำขอรับหนังสือคนประจำเรือนั้น ซึ่งในพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 83 ได้กำหนดให้คนประจำเรือต้องมีหนังสือคนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย และในกรณีคนประจำเรือเป็นคนต่างด้าว ต้องได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และต้องได้รับใบอนุญาตให้ทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวโดยนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการออกหนังสือคนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง พ.ศ. 2559 ลงวันที่ 13 กันยายน 2559 และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 เจ้าของเรือประมงพาณิชย์ที่มีขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป และ 10 ตันกรอสขึ้นไปที่ใช้เครื่องมืออวนลาก อวนล้อมจับ อวนครอบปลากะตัก ที่ประสงค์จะให้คนต่างด้าว ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ทำงานบนเรือประมง ต้องจัดให้แรงงานผู้นั้นยื่นคำขอรับหนังสือคนประจำเรือ ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2559 เป็นต้นไป เจ้าของเรือประมงพาณิชย์ ที่มีขนาดตั้งแต่ 10- 30 ตันกรอสขึ้นไป ที่ใช้เครื่องมือประเภทอวนลาก อวนล้อมจับ และอวนครอบปลากะตัก ที่ได้รับใบอนุญาต หากประสงค์ให้คนต่างด้าวทำงานในเรือ จะต้องยื่นคำขอรับหนังสือคนประจำเรือ (Sea Book) สำหรับแรงงานต่างด้าว ณ ศูนย์การควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมงนั้น ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ต กำหนดดำเนินการ ในวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม 2559 ที่สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต เวลา 08.30 – 16.30 น.

ทั้งนี้ผู้มีสิทธิยื่นขอเอกสาร คือนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานข้ามชาติ (ลาว กัมพูชา พม่า) ที่เป็นมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ทำงานบนเรือประมง ต้องจัดให้แรงงานผู้นั้นยื่นคำขอรับหนังสือคนประจำเรือ โดยนายจ้างที่ว่าหมายรวมถึงเจ้าของเรือประมงพาณิชย์ ที่มีขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป และเจ้าของหรือประมงพาณิชย์ ที่มีขนาด 10 ตันกรอส ขึ้นไป ที่ใช้เครื่องมือทำการประมงประเภทอวนลาก อวนล้อมจับ และอวนครอบปลากะตัก ที่ได้รับใบอนุญาตอกไปทำการประมงพาณิชย์ และหากลูกจ้างทราบข่าวแล้วแต่นายจ้างไม่ดำเนินการให้ก็สามารถแจ้งร้องเรียนมายังกรมได้

สำหรับเอกสารในยื่นคำร้องต้องประกอบด้วย สำเนาใบอนุญาตให้ทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว สำเนาใบอนุญาตทำการประมงของเจ้าของเรือ สำเนาหนังสือสัญญาจ้างให้ทำงานในเรือประมง หนังสือมอบอำนาจของผู้ได้รับใบอนญาต โดยเจ้าของเรือที่มีลูกจ้างข้ามชาติและตรงตามเงื่อนไขที่กรมประมงประกาศให้มาทำซีบุ๊ค ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ การดำเนินการดังกล่าวนี้ เชื่อมั่นว่าจะบรรเทาปัญหาการแรงงานประมงที่ผิดกฎหมายไปได้ และบริหารจัดการการทำประมงได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น จึงขอความร่วมจากเจ้าของเรือประมงพาณิชย์ที่เข้าข่ายตามที่แจ้งข้างต้น ให้รีบมาดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อแสดงให้นานาประเทศได้ประจักษ์ว่าประเทศไทยมีความเข้มแข็งในการขจัดปัญหาการทำประมง IUU และการค้ามนุษย์บนเรือประมง ได้

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.