รมต.คมนาคม พร้อมจัดงบประมาณเดินหน้าโครงการจราจรภูเก็ต

รมต.คมนาคม พร้อมจัดงบประมาณเดินหน้าโครงการจราจรภูเก็ต

รมต.คมนาคม
เครดิตภาพถ่ายจาก Facebook : ต้น.มสธ รักในหลวง

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 57 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นางสร้อยฟ้า ไตรสุทธิ ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจราชการและรับทราบความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบการคมนาคมในภูเก็ต ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ โดยมีนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่น ร่วมบรรยายสรุปโครงการก่อสร้างคมนาคมทางถนน ทางบก และทางอากาศในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ณ.ห้องประชุมสโมสรวิทยุการบินภูเก็ต

นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้บรรยายสรุปเกี่ยวกับการก่อสร้างระบบคมนาคมทางบกในภูเก็ตเพื่อแก้ปัญหาการจราจร ว่า ภูเก็ตมีถนนที่เป็นถนนหลักเพียงเส้นเดียวคือทางหลวงหมายเลข 402 หรือถนนเทพกระษัตรี ซึ่งปัจจุบันภูเก็ตมีปัญหาจราจรติดขัดในเขตตัวเมืองภูเก็ตและจุดที่เชื่อมไปยังแหล่งท่องเที่ยว ทางกระทรวงคมนาคมจึงได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างทางลอดในหลายจุดเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยขณะนี้ได้ก่อสร้างในส่วนของทางลอดดาราสมุทรที่จะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้ และทางลอดสามกองกำลังก่อสร้างอยู่เช่นกัน นอกจากนี้ที่ได้ทำการศึกษาแล้วเสร็จและอยู่ในขั้นตอนของการของบประมาณมาดำเนินการคือทางลอดที่บริเวณสามแยกบางคู และทางลอดที่บริเวณห้าแยกฉลองที่ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาออกแบบรายละเอียดและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางลอดทั้งสองจุดนี้จะของบประมาณในปี 2559 มาดำเนินการก่อสร้างต่อไป หากทางลอดทั้ง 4 จุดก่อสร้างแล้วเสร็จการระบายรถจะสะดวกขึ้นแก้ปัญหาการจราจรติดขัดได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ทางจังหวัดภูเก็ตยังได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมทางหลวงชนบทก่อสร้างทางยกระดับที่คลองเกาะผี เพื่อระบายการจราจรทางตอนใต้ของตัวเมืองภูเก็ต ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างและเป็นไปตามกำหนด รวมทั้งทางกรมทางหลวงได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างถนนคู่ขนานกับถนนเทพกระษัตรี จากบ้านสาคู-เกาะแก้ว ระยะทาง 30 กว่ากิโลเมตร ถนนวัดหลวงปู่สุภา-ฉลอง ระยะ ทาง 13 กม.เพื่อเชื่อมการเดินทางฝั่งฉลองไปป่าตอง การออกแบบแล้วเสร็จอยู่ในขั้นตอนการขอความเห็นชอบจากสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) เนื่องจากถนนสายดังกล่าวต้องตัดผ่านป่าโซนซี

รวมทั้งยังมีโครงการอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของการทางพิเศษและโครงการรถไฟฟ้ารางเบาจากท่านุ่น-สนามบิน-ห้าแยกฉลอง ที่อยู่ในความรับผิดชอบ สนข.เป็นต้น

ด้านนายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ) กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ กทพ.เข้ามาดูแลโครงการอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งทาง กทพ.ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการทั้งหมด รวมทั้งการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งการศึกษาทั้งหมดได้แล้วเสร็จและนำ EIA เสนอต่อ สผ.ในเดือนตุลาคม 2557 นี้ และตามกำหนดการนั้นที่วางไว้อุโมงค์ดังกล่าวจะสามารถเปิดใช้ได้ในปี 2563

โดยจะเป็นอุโมงค์มีความยาว 3.98 กิโลเมตร เริ่มต้นที่ถนนสาย ก.ป่าตอง และไม่สิ้นสุดจบที่ถนน 4029 ความยาวอุโมงค์ 1.83 กิโลเมตร 4 ช่องจราจร แบ่งเป็นช่องสำหรับรถยนต์ 2 ช่อง รถจักรยานยนต์ 2 ช่อง จากผลการศึกษาใช้งบประมาณลงทุนประมาณ 10,496 ล้านบาท และจากการศึกษาจะเป็นในลักษณะของการร่วมลงทุนระหว่าง กทพ.กับเอกชน

ขณะที่นายพีรพล ถาวรศุภเจริญ ผอ.สนข.ได้ชี้แจงความคืบหน้าโครงการรถไฟเส้นทางศีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี – ท่านุ่น จ.พังงา และโครงการรถไฟฟ้ารางเบาในภูเก็ต ว่า ทาง สนข.ได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้และรายละเอียดของโครงการรถไฟในเส้นทางดังกล่าวเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว โดยในส่วนของรถไฟจากศีรีรัฐนิคม-ท่านุ่นนั้น จะเป็นระบบรถไฟปกติของไทย และทางในเส้นทางที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เวนคืนที่ดินไว้แล้วมาบรรจบที่ท่านุ่น ซึ่งจะมีสถานีสำหรับผู้โดยสารและสินค้า และเมื่อเป็นการเชื่อมต่อการขนส่งผู้โดยสารจากท่านุ่นมายังภูเก็ต ทาง สนข.ได้ทำการศึกษาแล้วพบว่าระบบขนส่งด้วยรถไฟฟ้ารางเบามีความเหมาะสมกับภูเก็ตมากที่สุด โดยจะเป็นเส้นทางจากท่านุ่น-สนามบินภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร มีทั้งหมด 20 สถานี ใช้เวลาเดือนทางประมาณ 1 ชั่วโมง ใช้เงินลงทุนประมาณ 23,500 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ทางกรมเจ้าท่าได้นำเสนอโครงการลงเรือขึ้นเครื่อง ซึ่งเป็นโครงการที่ทางกรมเจ้าท่าเห็นว่าจะสามารถแก้ปัญหาการจราจรของภูเก็ตและเป็นการสร้างทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว โดยจะมีการก่อสร้างท่าเรือรูปตัวแอลที่บริเวณใกล้กับวิทยุการบิน ขนาดไม่เกิน 100 ตันกรอส ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งโครงการพัฒนาท่าเรือและการติดตั้งระบบ GPS เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทางเรือที่ได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว และได้รับการจัดสรรงบประมาณกลุ่มจังหวัดอันดามันอีก 40 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2558 เพื่อขยายโครงการให้ครอบคลุมทั้งอันดามัน

นอกจากนี้ทางการท่าภูเก็ตได้นำเสนอการพัฒนาสนามบินภูเก็ตเพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งประสิทธิภาพของศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ตอีกด้วย

หลังจากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ท่านุ่น จุดที่จะก่อสร้างสถานีผู้โดยสารและสินค้าของรถไฟเส้นทางคีรีรัฐนิคม สำรวจเส้นทางคมนาคมทางถนนของภูเก็ต จุดก่อสร้างทางลอดสามแยกบางคู สามกอง ดาราสมุทร และห้าแยกฉลอง ซึ่งที่บริเวณห้าแยกฉลอง นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง นายอรุณ โสฬส นายกเทศบาลตำบลราไวย์ และชาวบ้านได้ให้การต้อนรับและขอให้ทางรัฐมนตรีฯสนับสนุนและจัดสรรงบประมาณมาก่อสร้างทางลอดห้าแยกฉลองด้วย เนื่องจากบริเวณห้าแยกฉลองการจราจรติดขัดมากในช่วงเวลาเร่งด่วน และขณะนี้การศึกษาออกแบบฯโครงการดังกล่าวก็ใกล้จะแล้วเสร็จ โดยขอให้จัดสรรงบประมาณในปี 2559 นี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นจุดผ่านไปทางหาดราไวย์ แหลมพรหมเทพ หาดกะตะ กะรน เป็นต้น

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการก่อสร้างโครงข่ายคมนาคมในภูเก็ตทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศนั้น หากเป็นโครงการที่ได้ทำการศึกษาออกแบบรายละเอียดและผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จ ให้เดินหน้าโครงการต่อไป โดยทางกระทรวงคมนาคมจะพิจารณาจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการต่อไป เพราะภูเก็ตมีความจำเป็นที่จะดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของการคมนาคมให้เพียงพอกับการรองรับการเติบโตของเมืองและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ต ซึ่งการลงมาพื้นที่วันนี้ทำให้ได้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคทางด้านคมนาคมของภูเก็ตจากผู้ว่าฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศว่าเป็นอย่างไร และมีส่วนไหนที่จะต้องเร่งรัดในการก่อสร้าง เพื่อให้การจราจรในภูเก็ตได้คลี่คลาย และให้ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าจดจำตลอดไป โดยการรักษาสภาพแวดล้อมให้ยั่งยืน

ส่วนงบประมาณที่จะจัดสรรให้กับภูเก็ตในการดำเนินโครงการแก้ปัญหาการจราจรและเพิ่มขีดความสามารถด้านคมนาคมนั้น จะต้องมีการประชุมกันอีกครั้งถึงความเหมาะสมและความเร่งด่วนของแต่ละโครงการ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จังหวัดภูเก็ตจะต้องดำเนินการนั้น การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของเมือง โดยจะต้องประมาณการว่าในอีก 10-15 ปีข้างหน้า คนภูเก็ตจะมีเท่าใด คนที่เข้ามาทำงาน และนักท่องเที่ยว จะเข้ามาปีละเท่าใด เพื่อจะได้วางแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานให้เพียงพอ โดยการทำงานร่วมกันของหลายกระทรวง

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวยังกล่าวถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในภูเก็ตเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดและลดอุบัติเหตุ เช่น โครงการอุโมงค์กะทู้ โครงการรถไฟฟ้ารางเบา ว่า จะต้องถามความคิดเห็นของคนในพื้นที่ด้วย ซึ่งทั้งสองโครงการน่าที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นได้ แม้ว่าต้องใช้งบประมาณการลงทุนที่สูงก็ตาม ซึ่งอาจจะออกมาให้รูปแบบของการร่วมลงทุนกับเอกชน และสิ่งสำคัญนั้นอยากจะให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบไปพิจารณาถึงการให้นักธุรกิจในพื้นที่ภูเก็ตได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการลงทุนโครงการดังกล่าวด้วย เช่น อาจจะเป็นในรูปแบบของการจัดตั้งเป็นกองทุนแล้วจ่ายผลตอบแทนคืนในระยะเวลา 20 -30 ปี คนพื้นที่จะได้มีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของโครงการด้วย และการก่อสร้างโครงการนั้นไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่หรือเล็กจะต้องให้คนในพื้นที่เห็นด้วยและไม่ส่งผลกระทบทั้งวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม

Related Post

ร่วมแสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.