ผู้ตรวจราชการธนารักษ์ ลงพื้นที่แจงความคืบหน้าศูนย์ประชุมฯภูเก็ต

 

ศูนย์ประชุมฯภูเก็ตเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง  ในฐานะรองประธานติดตามโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต เปิดเผยถึงโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต ว่า กระทรวงการคลังได้กำหนดที่จะดำเนินการหาผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการศูนย์ประชุมฯ ในเดือนตุลาคม และเริ่มดำเนินการก่อสร้างปลายปี 2554 นี้  ซึ่งตามแผนเดิมจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2557 ที่ผ่านมากรมธนารักษ์ได้ส่งรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นให้ทาง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมชุดเล็กพิจารณา และได้รับแจ้งจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมกลับมาว่ามี 2 ประเด็นที่ยังไม่ผ่านการเห็นชอบ คือ เรื่องของสถานที่ที่ไม่เหมาะสม โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวจะกระทบการว่างไข่ของเต่าทะเล กระทบกับป่าไม้สมบูรณ์ผืนเดียวผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งอาจจะได้รับผลกระทบจากสึนามิหากเกิดคลื่นสึนามิในอนาคต

ทางกรมธนารักษ์ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ ได้หารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ตไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคท้องถิ่น และภาคประชาชน ซึ่งเห็นว่าประเด็นเรื่องของสถานที่ข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับที่สิ่งแวดล้อมแจ้งมา ซึ่งจริงๆ แล้วการวางไข่ของเต่าทะเลจะวางอยู่บนหาดอีกด้านหนึ่ง ไม่ใช่ด้านที่จะสร้างศูนย์ประชุมฯ ส่วนป่าผืนสุดท้ายนั้นสภาพปัจจุบันเป็นพื้นที่โล่ง ตอนนี้เป็นที่ตั้งปะการังเทียม ไม่มีต้นไม้ ส่วนที่เป็นต้นไม้ติดชายทะเลจะอนุรักษ์ไว้ทั้งหมด และประเด็นที่เกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากสึนามินั้น เมื่อครั้งที่เกิดสึนามิจะเข้าทางด้านชายหาดของหาดไม้ขาว แต่สถานที่ก่อสร้างห่างจากชายทะเล 400-500 เมตร จากการสอบถามชาวบ้านปรากฎว่าเมื่อครั้งที่เกิดสึนามิบริเวณบ้านท่าฉัตรไชยไม่ได้รับผลกระทบมากมีเพียงน้ำท่วม 2-3 วันเท่านั้น

สำหรับประเด็นการลงทุนไม่คุ้มค่านั้น กรมธนารักษ์น่าจะไปชี้แจงให้ทางสิ่งแวดล้อมทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการคลังและสภาพัฒน์ฯ ได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว และ ผู้เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ตทั้งหลายได้พิจารณาแล้วว่า โครงการสร้างศูนย์ประชุมฯ เป็นโครงการที่สำคัญที่ทุกภาคส่วนในจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ต้องการให้เกิดขึ่น  เพื่อดึงนักท่องเที่ยวตลาดประชุมสัมมนากลุ่มใหญ่ๆ เข้ามาในพื้นที่ เพราะถ้าศูนย์ประชุมฯ สร้างเสร็จจะสามารถจุผู้เข้าร่วมประชุมได้ประมาณ 6,000 คน ซึ่งโรงแรมที่มีอยู่ในจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ในขณะนี้ ไม่สามารถรองรับได้ผู้ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ตจะได้รับอานิสงฆ์ทุกฝ่ายไม่ว่าโรงแรม รถโดยสาร ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นโครงการนี้จะมีคุณค่ามหาศาลต่อเนื่องไปในอนาคต รัฐจะต้องมาลงทุนโครงการนี้

“จากการเข้าพบกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ฝากความเห็นของประชาชนภูเก็ต นักธุรกิจ ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าคนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ต้องการให้สร้างศูนย์ประชุมแห่งนี้ เพราะฉะนั้นฝากให้กระทรวงการคลังไปผลักดันให้ดำเนินการให้เร็วตามแผนเดิม ซึ่งตนคิดว่ากรมธนารักษ์คงจะได้เดินไปตามแผนเดิม แต่อาจล่าช้าไปบ้างในการที่จะต้องเจรจา ต้องทบทวนต้องชี้แจงกับสิ่งแวดล้อม แล้วคิดว่าน่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลใหม่อย่างดียิ่งด้วย เพราะฉะนั้นน่าจะไม่มีปัญหากับโครงการนี้ แต่จะต้องทำงานเพิ่มขึ้นในการชี้แจงกับสิ่งแวดล้อม ในส่วนของราชการนั้นจะเดินหน้าโครงการนี้อย่างแน่นอน” นายประสิทธิ์ กล่าวและว่า

ทางกรมธนารักษ์จะขอทบทวนการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ส่วน สผ.จะฟังเหตุผลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเหตุผลที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งคนภูเก็ตท่านทราบดีว่าเป็นป่า เป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล หรือไม่  รวมทั้งจะได้รับผลกระทบจากสึนามิหรือไม่ ซึ่งประเด็นเหล่านี้คิดว่าเป็นข้อเท็จจริง ที่สิ่งแวดล้อมคงเข้าใจ แต่ก็อยากจะฝากประชาชนชาวภูเก็ตให้ร่วมกันผลักดันโครงการใหญ่ๆ จึงจะเกิดได้

Share:

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.