ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เดินเกมส์เปิดเสรีบริการเจ็ทสกี หากผู้ประกอบการกลับลำไม่ทำประกัน

ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเจ็ทสกี ป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ล่าสุดวันนี้(9 ต.ค.)มีการเปิดซองประมูลของบริษัทรับทำประกันภัย แต่ปรากฎว่า การประมูลล่มเนื่องจากผู้ประกอบการเจ็ทสกีไม่ยอมรับแนวทางการทำประกันโดยอ้างสารพัดเหตุผล ขณะที่นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ระบุเรื่องนี้ต้องจบภายในวันอังคารหน้า ไม่เช่นนั้นอาจจะเปิดเสรีบริการเจ็ทสกี

กระบวนการแก้ไขปัญหาเจ็ทสกีเอาเปรียบนักท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการมาถึงขั้นตอนการเปิดซองประมูล เพื่อหาบริษัทรับทำประกันภัย โดยวันนี้มี 3 บริษัทที่มาทำการเปิดซอง ได้แก่บริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด บริษัท เทเวศ ประกันภัยจำกัด และบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด โดยแต่ละบริษัทเสนอเงื่อนไข รับประกันภายใต้หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาเจ็ทสกีจังหวัดภูเก็ตระบุไว้  พบว่าส่วนใหญ่เงินเบี้ยประกันที่ต้องชำระรายปีอยู่ที่ 9,000-12,000 บาท ซึ่งน้อยกว่าที่ผู้ประกอบการกังวล ว่าจะต้องชำระถึงลำละ 40,000 บาท

โดยรายละเอียดการรับประกันภัยในส่วนของบริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) นั้นได้นำเสนอโดยสรุปทุนประกันที่ 100,000 บาท หากเจ็ตสกีเกิดความเสียจะจ่ายครั้งละไม่เกิน 1 แสนบาท และจ่ายไม่เกิน 12 ครั้งต่อปี ค่าเสียครั้งแรกที่ผู้ขับขี่ต้องจ่าย 1,500 บาท การคุ้มครองบุคคลหากเสียชีวิต ทุพลภาพ 100,000 บาท การรักษาพยาบาลครั้งละ 100,000 ไม่เกิน 6 ครั้งต่อปี เบี้ยประกันอยู่ที่ 14,500 บาท
ส่วนบริษัท เทเวศประกันภัย นั้น มีให้ผู้ประกอบการเลือกทุนประกัน 2 แบบด้วยกัน คือ ทุนประกันที่ 50,000 บาท กับ 100,000 บาท จ่ายค่าชดเชยเจ็ตสกีที่ได้รับความเสียหาย ทรัพย์สินบุคคลภายนอกตามความเป็นจริง แต่ไม่เกินวงเงินทุนประกัน ส่วนบุคคลผู้ขับขี่และบุคคลที่สามเสียชีวิต ทุพลภาพและค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 600,000 บาท ค่าเสียหายครั้งแรก 1,500 บาท โดยทุนประกัน 100,000 บาทต้องจ่ายเบี้ยกัน 12,891.36 บาท หาก 50,000 บาท เบี้ยประกัน 10,700 บาท

บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีทุนประกันให้เลือก 5 แสนบาท และ 1 แสนบาท ไม่จำกัดการเรียกค่าชดเชย แต่ต้องเอาประกันจะต้องจ่ายค่าเสียหาย 10% ค่าเรียกเก็บ 1,000 บาท คุ้มครองบุคคล 400,000 บาท ทรัพย์สินเสียหาย 50,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท โดยเบี้ยประกันทุน 1 แสนบาทอยู่ที่ 13,500 บาท ทุนประกัน 5 หมื่นบาท เบี้ยประกันอยู่ที่ 9,400 บาท

โดยหลังจากบริษัทประกันภัย 3 แห่ง ได้ชี้แจงรายละเอียดเสร็จสิ้น กลุ่มผู้ประกอบการเจ็ทสกี ได้ขอเวลาหารือนอกห้องประชุมร่วม 10 นาที จากนั้นได้มาประชุมต่อ โดยนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เข้ามาร่วมรับฟังด้วย และได้มีการชี้แจงรายละเอียดของบริษัทประกันทั้ง 3 แห่งอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ประกอบการเจ็ทสกีพิจารณา แต่ปรากฏว่าตัวแทนเจ็ทสกี กลับหยิบยกประเด็นทางเลือกการแก้ไขปัญหาโดยใช้การจัดตั้งกองทุนมาดูแล และการให้ปรับปรุงรายละเอียดในใบตกลงการเช่านอกจากนี้ขอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยในเรื่องการชำระเบี้ยประกัน รวมไปถึงอ้างรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น และละเอียดรายจ่ายจากค่าวัสดุอุปกรณ์ที่เสียหาย

ขณะที่คณะกรรมการได้ชี้แจงว่า ค่าใช้จ่ายจากการทำประกันภัยผู้ประกอบการสามารถเก็บค่าบริการเพิ่มครั้งละ 100 บาท ซึ่งเมื่อรวมตลอดทั้งปีแล้วถือว่าคุ้มค่า อย่างไรก็ตามเมื่อไม่สามารถหาข้อยุติในวันนี้ได้ ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เลื่อนการพิจารณาไปในวันที่ 13 ตุลาคม 2552 ที่จะถึงนี้ พร้อมกับระบุว่าปัญหานี้ต้องแล้วเสร็จ เนื่องจากเป็นนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ซึ่งถ้าหากผู้ประกอบการเจ็ทสกีไม่ยอมรับแนวทางทำประกันภัย อาจจะเปิดบริการเจ็ทสกีแบบเสรี เพื่อให้มีการแข่งขันให้บริการด้านคุณภาพไม่ให้มีการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้จังหวัดเน้นย้ำว่า เจ็ตสกีที่จะทำประกันภัย และให้บริการได้นั้นจะมีเพียง 219 ลำเท่านั้น ส่วนที่เกินประมาณ 30-40 ลำนั้น จะมีการหามาตรการมาดำเนินการหลังจากการทำประกัน 219 เสร็จเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าผู้ประกอบการพยายามที่จะให้ทางจังหวัดเปิดโอกาสให้เจ็ตสกีที่เหลือจดทะเบียนเพิ่มก็ตาม

พลเรือโท อมรโชติ สุจิรัตน์ รอง ผอ.กอ.รมน.จ.ภูเก็ต ในฐานะประธานการประชุมคณะทำงานกำหนดรายละเอียดการจัดทำประกันภัยเจ็ทสกี จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าหลังจากที่ได้ข้อสรุปว่าผู้ประกอบการเลือกบริษัทประกันรายใดในวันอังคารหน้า จะให้ผู้ประกอบการเริ่มทำประกันตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป และจะสิ้นสุดการทำประกันภัยทั้ง 219 ลำให้วันที่ 16 พฤศจิกายน 2552 หลัง จากที่ทำประกันภัยแล้วเสร็จ ให้ทางขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี ทำหมายเลขเจ็ตสกีที่ขึ้นทะเบียนทุกลำตามลำดับ พร้อมทั้งขึ้นทะเบียนเจ้าเรือ เด็กเรือที่ทุกคนจะต้องใช้แบบฟอร์มเหมือนกัน และมีหมายเลขประจำตัวที่สกรีนลงในเสื้อ เพื่อให้ทราบว่าเป็นใคร พร้อมทั้งได้ให้ผู้ประกอบการส่งร่างสัญญาเช่าให้จังหวัดในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 นี้ เพื่อให้ทางจังหวัด อัยการและคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาว่าเป็นธรรมกับทุกฝ่ายหรือไม่ เพื่อที่จะประกาศใช้ร่วมกันทั้งจังหวัด

Share:

Related Post

195 ปี เทศกาลกินเจ ประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต

195 ปี เทศกาลกินเจ ประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต

เทศกาลกินเจ หรือประเพณีถือศีลกินผัก หรือที่คนภูเก็ตเรียกว่าเจียะฉ่าย นั้นเริ่มครั้งแรกที่อำเภอกะทู้ ในปี พ.ศ. 2368 เริ่มต้นจากคณะงิ้วเร่จากจีน

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.