PEA ทุ่ม 112 ล้าน สายเคเบิลใต้น้ำ เกาะนาคาใหญ่ เกาะมะพร้าว ภูเก็ต

PEA ทุ่ม 112 ล้าน สายเคเบิลใต้น้ำ เกาะนาคาใหญ่ เกาะมะพร้าว ภูเก็ต

PEA ทุ่ม 112 ล้านบาทผลิตจ่ายไฟผ่านสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะนาคาใหญ่และเกาะมะพร้าวจังหวัดภูเก็ต
PEA ทุ่ม 112 ล้านบาทผลิตจ่ายไฟผ่านสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะนาคาใหญ่และเกาะมะพร้าวจังหวัดภูเก็ต

วันที่ 24 ส.ค. 58 เวลา 14.40 น. ที่บริเวณแหลมหิน อ. เมือง จ. ภูเก็ต นายเสริมสกุล  คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA เป็นประธานในพิธีเปิดการจ่ายไฟผ่านสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 kV ไปยังเกาะนาคาใหญ่และเกาะมะพร้าว โดยมี นายนิสิต  จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  คณะผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เข้าร่วม

นายเสริมสกุล  กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้ลงทุนก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 kV เพื่อส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังเกาะมะพร้าวและเกาะนาคาใหญ่ จ. ภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงและสามารถตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและธุรกิจการท่องเที่ยวบนพื้นที่เกาะมะหร้าวตามนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินโครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะมะพร้าวและเกาะนาคาใหญ่ จ. ภูเก็ตใช้เงินลงทุน 112 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 kV ขนาด 120 ตร.มม. ชนิด XLPE จำนวน 1 วงจร ระยะทาง 1,181 เมตรจากฝั่งบ้านแหลมหินไปยังเกาะมะพร้าว รองรับโหลดสูงสุด 14 MW และก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 kฮ ขนาด 120 ตร.มม. ชนิด XLPE จำนวน 1 วงจร ระยะทาง 3,040  เมตรจากท่าเทียบเรือ่าวปอไปยังเกาะนาคาใหญ่ รองรับโหลดสุงสุด 14 MW ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมทดสอบ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2558 และเริ่มจ่ายไฟให้ผู้ใช้ไฟในพื้นที่เกาะนาคาใหญ่ จ. ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2558 และเกาะมะพร้าวตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2558 ทั้งนี้ กฟภ. ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยามคำแหง จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ก่อนการก่อสร้างและได้จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งในระหว่างการก่อสร้างและหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ

สำหรับการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะนาคาใหญ่และเกาะมะพร้าว จ. ภูเก็ต เป็นการขยายเขตระบบไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย อันเป็นภารกิจหลักของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั้งพื้นที่ในเมือง พื้นที่ชนบท พื้นที่การเกษตรและพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศและเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเพิ่มขีดความสามารถและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าทำให้สามารถจ่ายไฟให้กับประชาชนบนเกาะได้อย่างเพียงพอ มีประสิทธิภาพและมีความเชื่อถือได้ลดปัญหาไฟตกไฟดับ และลดต้นทุนการผลิตำฟฟ้าจากโรงจักรดีเซลในการผลิตกระแสไฟฟ้า ที่ต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ นอกจากนี้หากเกิดกรณีฉุกเฉิน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังสามารถใช้งานโรงจักรดีเซล เพื่อผลิตไฟฟ้าสำรองและจ่ายไฟคืนให้กับประชาชนได้อย่างเพียงพออีกด้วย

PEA ทุ่ม 112 ล้านบาทผลิตจ่ายไฟผ่านสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะนาคาใหญ่และเกาะมะพร้าวจังหวัดภูเก็ตhttp://news.phuketindex.com/government/pea-226728.html

Posted by PhuketJournal.com on Tuesday, August 25, 2015

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: