ทบ.ป่าตอง แถลงผลงานเน้นพัฒนาการศึกษา

ป่าตอง

นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองป่าตอง แถลงข่าว “สนทนากับนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง” โดยมี นายประสาร ยอดต่อ รองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง, นายสมชาย บุรารักษ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองป่าตอง และประชาชนทั่วไปเข้าร่วม

นายเปี่ยน กล่าวว่า เด็กและเยาวชนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองป่าตอง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษา โดยการศึกษาต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง และเป็นการเรียนรู้คู่คุณธรรม จึงได้ส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนในสังกัดและบริหารการจัดการเพื่อพัฒนาการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนโยบายด้านการศึกษาแล้ว ยังมีนโยบายด้านพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต โดยการวางแนวทางการบริการทางสังคมให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส นโยบายการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ คือการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้เป็นแนวทางควบคู่กับการพัฒนา พร้อมทั้งจัดหาบุคลากร งบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑ์ ให้มีความเพียงพอ และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและทีมงานตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารเมืองป่าตองในทุกๆ ด้าน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนกับเทศบาลเมืองป่าตอง

นโยบายด้านเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน หลากหลาย ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง นโยบายด้านพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการก่อสร้างถนนสายต่างๆ ส่งเสริมและพัฒนาคูคลอง

นโยบายการพัฒนาด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีการสนับสนุนการติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าตอง ส่งเสริมสนับสนุนให้การบริการงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดระบบจราจรบริเวณถนนทวีวงศ์ และถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี และสุดท้ายนโยบายการพัฒนาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากทรัพยากรบุคคลแล้ว ยังมีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญไม่น้อยต่อการพัฒนาศักยภาพป่าตองให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของเทศบาลที่ได้ดำเนินงานเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว รณรงค์เรื่องลดภาวะโลกร้อนและการใช้พลังอย่างประหยัด พัฒนาระบบจัดเก็บขยะให้เข้ากับวิถีชีวิตของการเป็นเมืองท่องเที่ยว เพื่อให้ป่าตองเป็นเมืองสะอาด สวยงาม และปราศจากมลภาวะ ทั้งนี้ นโยบายที่กล่าวมาทั้งหมดจะประสบความสำเร็จได้จะต้องได้รับการร่วมมือจากทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ ในปี 2558 ประเทศไทยจะต้องก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเราจะต้องเร่งพัฒนาประเทศชาติ โดยเฉพาะเรื่องของภาษาที่ในอนาคตจะต้องมีการสื่อสารด้านภาษามากขึ้น ถ้าเราไม่เห็นความสำคัญในจุดนี้เราจะกลายเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนา

Related Post

Leave a Reply