ผู้ว่าฯ ภูเก็ต แต่งตั้งคกก. รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ชุดใหม่

ที่ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต วันที่28สิงหาคม นี้จังหวัดภูเก็ต เชิญ ผู้ประกอบการเจ้าของโครงการที่จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น บริษัทที่ปรึกษา และหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้อง ประชุมชี้แจงนโยบายของจังหวัด เรื่อง การพิจารณา รายงาน IEE และ EIA ของจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม

นาย วิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ.2546 ได้ ประกาศให้ จังหวัดภูเก็ต เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและ การกำหนดให้การทำกิจกรรม บางประเภท จะต้องจัดทำรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เบื้องต้น และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นมาตรการป้องกันและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ของ จังหวัดภูเก็ต ให้ยั่งยืนต่อไป นั้น ในช่วงที่ผ่านมานั้นจังหวัดภูเก็ต ได้รับการร้องเรียน เกี่ยวกับ การพิจารณา รายงานฯ ของ คณะกรรมการ ผู้ชำนาญการ พิจารณา รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และ รายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ในทำนองว่าการพิจารณา รายงานฯ บางโครงการ ไม่มีความโปร่งใส ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ แนวทางการพิจารณารายงานให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด จนส่งผลกระทบ ต่อระบบนิเวศน์และเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมโดยตรง

ดัง นั้นจังหวัดภูเก็ต จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณา รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ การตั้งคณะทำงานพิจารณา กลั่นกรองรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัด ภูเก็ตขึ้นใหม่ ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสิ่งแวดล้อม จาก สถานศึกษา เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาช่วยเหลือการกลั่นกรองงานการพิจารณารายงานฯให้ถูกต้องบนพื้นฐานหลัก วิชาการอย่างรวดเร็ว รอบคอบ โปร่งใส เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบกฎหมายที่กำหนด

ผู้ ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต เห็นว่า สิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องสำคัญ ถือเป็นมาตรการที่จะปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องร่วมกัน รักษาไว้ให้คงอยู่คู่จังหวัดภูเก็ต การพิจารณาอนุญาต อนุมัติใดๆที่จะมีผลกระทบหรืออาจจะก่อให้เกิดผลเสียหาย จำเป็นต้องพิจารณา อย่างรอบคอบ โดยผู้มีความรู้เฉพาะด้าน เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็น และบุคคล กลาง ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ เป็นคณะทำงานฯพิจารณากลั่นกรอง ให้ความเห็นก่อนเสมอ คณะกรรมการชำนาญการ มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น ประธาน พิจารณา อนุมัติ อนุญาต โดยกำหนด เสนอให้ มีการประชุม อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อมิให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน และ หากมีบุคคลใด ติดต่อเรียกรับผลประโยชน์ โดยมิชอบ หรือ มีการวิ่งเต้น เพื่อให้การพิจารณาผ่านความเห็นชอบ โดยไม่ถูกต้อง ตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขออย่าได้หลงเชื่อ และแจ้งให้จังหวัดภูเก็ต ทราบทันที จะดำเนินการกับบุคคลดังกล่าว ทั้งทางวินัย และหรืออาญา ทุกราย และจะถือว่า บุคคลนั้น เป็นผู้มีส่วนทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของ จังหวัดภูเก็ต อย่างแท้จริง

นอกจากนี้นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวอีกว่าการพิจารณา รายงาน IEE และ EIA ของ จังหวัดภูเก็ต เป็นไปตามกรอบระเบียบที่กฎหมายกำหนด ยึดความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ สังคมยอมรับ เป็นรายงานที่น่าเชื่อถือ ปฏิบัติได้จริง เสมอภาค เที่ยงธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และโครงการที่ต้องดู เป็นพิเศษ คือ 1.โครงการ ที่มีที่ตั้งอยู่ตามเกาะต่างๆ ชิดชายทะเล ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ อยู่ในพื้นที่สูง ที่ลาดชัน รวมไปถึงโครงการขนาดใหญ่ ติดถนนสายหลัก เพราะโครงการเหล่านั้น จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทะเล สิ่งแวดล้อมบนบก และผลกระทบต่อสังคม สูง  2. โครงการ ที่ใช้พื้นที่ สาธารณะ เช่น โครงการก่อสร้าง ท่าเทียบเรือของเอกชน ที่ส่งผลกระทบต่อชาวประมง รวมถึง โครงการที่ปิดกั้น ไม่ให้ประชาชน ขอใช้พื้นที่ชายหาด เป็นต้น 3.โครงการที่มีที่ตั้งในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลเกิน 80 เมตร หรือ พื้นที่ ที่มีความลาดชันเกินกว่า ร้อยละ 35 จะไม่รับพิจารณา บริษัทที่ปรึกษาการจัดรายงานฯIEE และ EIA จะ ต้องใช้วิชาชีพ จรรยาบรรณ ในการจัดทำรายงานประเภทเสนอรายงานเป็นเท็จ ปกปิดข้อมูล ไม่ศึกษาวิเคราะห์ และหาข้อมูลอย่างจริงจัง หากเกิดผลเสียหาย และ ตรวจพบ จะแจ้งให้ยึดใบอนุญาตและไม่ให้เข้าทำรายงานฯ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวย้ำว่าปัจจุบัน ในภูเก็ต มีช่องโหว่ของ กฎหมายสิ่งแวดล้อม คือ ให้อำนาจแต่ไม่ทำหน้าที่ และอำนาจหน้าที่ ไปอยู่กับ ท้องถิ่น เรื่องนี้ ค่อนข้างไม่เห็นด้วย เพราะว่า การบังคับจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าให้อำนาจและหน้าที่ตามมาตรา 61 มี อำนาจพิจารณากำกับลงโทษ ละเว้นไม่ได้ แต่ ท้องถิ่นเขาเลือกมาและไปตามระบอบการเมืองท้องถิ่น ไม่มีวินัยครอบ ทำให้เป็นช่องโหว่ ของ กฎหมายสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก ให้ความสำคัญมากต้องทำ รายงาน EIA ต่างๆ แต่เมื่อฝ่าฝืนปล่อยไปแล้ว ไม่มีบทลงโทษที่เข้มข้น ควรมีการแก้กฎหมายให้ขึ้นกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ หากขึ้นกับจังหวัด ขอให้อำนาจเต็มที่ให้จังหวัดด้วย และทางจังหวัด ได้ขอความร่วมมือไปยังท้องถิ่น แต่ยังทำงานกันไม่เชื่อมโยง แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่ สิ่งแวดล้อม พนักงานที่ดิน ออกโฉนดไปต้องรับผิดชอบด้วย เจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่ต้องรักษาจริงๆ ที่แล้วมาละเว้นกันมาก ปล่อยกันเลอะเทอะ ต้องเอาสิ่งแวดล้อมไว้

ทาง ด้าน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งกล่าวว่า ที่ผ่านมา การทำรายงานฯกับ การล่าช้า ไม่ใช่อยู่ที่จังหวัด แต่ เป็นการล่าช้า ของ ระดับ ท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล ที่จะพิจารณาเฉพาะส่วนที่องค์การบริหารส่วนตำบล ได้รับประโยชน์ จึงขอให้ทางจังหวัดมีบทบาทให้ทำงานอยู่ในขั้นตอน เช่น การตรวจสอบแนวเขตที่ดิน เป็นต้นและผู้ประกอบการฯทุกคนเจอปัญหาแบบเดียวกันทั้งหมด

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.