ผู้ว่าฯ ภูเก็ต แถลงข่าวจับกุมเจ้าของเรือเจ็ตสกีหาดป่าตอง นำอาวุธปืนข่มขู่นักท่องเที่ยว

จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย เดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ต แล้วไปเช่าเรือเจ็ตสกีที่หาดป่าตอง อ. กะทู้ แล้วไปเกิดอุบัติเหตุ  หลังจากนั้นถูกข่มขู่ เรียกค่าเสียหายและมีสื่อต่างชาตินำภาพเจ้าของเรือเจ็ตสกีนำปืนข่มขู่นักท่องเที่ยวนั้น
วันนี้ (10 ก.ย. 52) ที่ห้องประชุม สภ.กะทู้ นายวิชัย  ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ. โกมล  วัตรากรณ์  รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต  พ.ต.อ.กฤษศักดิ์  สงมูลนาค ผกก.สภ.กะทู้  ได้แถลงข่าวการจับกุมนายวินัย  ในมัน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ถ. นาใน ต. ป่าตอง อ. กะทู้  ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ 581/2552 ลงวันที่ 9 ก.ย. 52 โดยกล่าวหาว่า กรรโชกทรัพย์ โดยมีอาวุธติดตัวมาข่มขู่

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 52 เจ้าพนักงานตำรวจได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตรวจสอบเหตุตามที่มีแผ่น ซีดี บันทึกภาพและเสียง ทหารเรือชาวอังกฤษเช่าเรือเจ็ตสกี ไปขับแล้วเกิดอุบัติเหตุ เรือเจ็ตสกีได้รับความเสียหาย จากนั้นได้มีนายวินัย  ไนมัน  เข้าไปเจรจาเรียก ร้องค่าเสียหายเรียกร้องเงิน 44,000 บาท แต่ทหารเรืออังกฤษยินยอมจ่ายเพียง 35,000 บาท แต่นายวินัยฯ ไม่ยินยอม ต้องการค่าเสียหาย 40,000 บาท จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น นายวินัยได้พูดจาข่มขู่และนำอาวุธปืนยาวออกมาถือและพูดจาในทำนองข่มขู่ เพื่อให้ทหารเรือคนดังกล่าวนำเงินมาจ่ายค่าเสียหายตามที่เรียกร้อง  ด้วย ความกลัว ทำให้ทหารเรือคนดังกล่าวยอมจ่ายเงิน 35,000 บาทให้กับนายวินัยฯ ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าภาพตามวีซีดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อประมาณวันที่ 17-22 เดือนมิถุนายน 2552 เวลาประมาณ 16.00 น. ที่อู่ซ่อมเรือของนายจักรพงษ์  ฉลองกุล ตั้งอยู่ที่ ซ. โบว์ลิ่ง ต. ป่าตอง อ. กะทู้ จ. ภูเก็ต จึงได้ติดตามตัวนายจักรพงษ์ฯ มาทำการสอบสวน ผลการสอบปรากฏว่าในวันดังกล่าวนายจักรพงษ์ฯ แจ้งว่าไม่อยู่ในเหตุการณ์  ส่วนอาวุธปืนที่นายวินัยฯ ใช้ข่มขู่เป็นปืนยาวอัดลมที่เก็บไว้ที่อู่ และนายวินัย  ไน มัน ได้นำมาใช้ในการข่มขู่นักท่องเที่ยว จึงได้รับคดีไว้ทำการสอบสวนและรวบรวมหลักฐานเพื่ออนุมัติให้ศาลจังหวัดเพื่อ ออกหมายจับนายวินัยฯ ดำเนินคดี ขณะนี้ตำรวจได้จับกุมตัวนายวินัยฯ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายส่วนคดีอยู่ระหว่างสอบสวน

ด้านนายวิชัย  ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวของผู้ประกอบการเรือเจ็ตสกีที่มีการข่มขู่กรรโชกทรัพย์นัก ท่องเที่ยว ถือว่าสร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยวภูเก็ตเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน ร้องเรียนเข้ามา จังหวัดจึงจำเป็นต้องเข้าไปจัดระเบียบใหม่และจะมีการบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องใหม่ เพื่อหามาตรการเข้มงวดไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.