พิธีอัญเชิญองค์ครุฑ ประดิษฐานที่หน้าบัน ศาลากลางหลังใหม่จังหวัดภูเก็ต

พิธีอัญเชิญองค์ครุฑ ประดิษฐานที่หน้าบัน ศาลากลางหลังใหม่จังหวัดภูเก็ต

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา 07.00 น. นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายอานุภาพ เวชวนิชสนอง และนายทิวัตถ์ สีดอกบวบ รองนายก อบจ.ภูเก็ต คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการ อบจ.ภูเก็ต เข้าร่วมในพิธีอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐานที่หน้าบันอาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดย นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธี ซึ่งมี พระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17 (วัดมหาธาตุวชิรมงคล อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีพระครูเมตตาภิรม เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต และพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ร่วมพิธี สำหรับพิธีบวงสรวงมีบัณฑิตพราหมณ์จิระเดช สมขัน (พราหมณ์เชียร) เป็นผู้ประกอบพิธี

วัตถุประสงค์ในพิธีบวงสรวงและอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐานหน้าบันอาคารดังกล่าว ตามคติไทยโบราณเชื่อกันว่า ครุฑเป็นพญาแห่งนกทั้งมวล เป็นเทพพาหนะของพระนารายณ์ ได้รับพรให้เป็นอมตะ มีพละกำลังมหาศาลและแข็งแรง ไม่มีศาสตราวุธใดทำลายลงได้ มีสติปัญญาเฉียบแหลม เฉลียวฉลาด อ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ จึงได้นำครุฑมาเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงปัจจุบัน และถือเป็นตราประจำแผ่นดินหรือตราพระราชลัญจกรซึ่งหมายถึงพระราชบัลลังก์

“ตราครุฑ” ยังใช้เป็นตราประจำสถานที่ราชการและใช้ตราบนหัวหนังสือหรือเอกสารราชการ การอัญเชิญครุฑมาประดิษฐานหน้าบันในครั้งนี้เพื่อความสง่างาม และเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติราชการ ตลอดจนผู้มาติดต่อราชการในศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) โดยองค์ครุฑที่อัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่หน้าบันอาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) นั้นทำจากวัสดุไฟเบอร์กลาสหล่อขึ้นรูป ทำสีทอง ปิดทับผิวด้วยแผ่นทองคำเปลวทั้งองค์ ความกว้างระหว่างปีกทั้ง 2 ข้าง เท่ากับ 1.5 เมตร ความสูงจากยอดชฎาถึงหางเท่ากับ 1.5 เมตร มีน้ำหนักรวม 30 กิโลกรัม

จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) เพื่อทดแทนอาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังเก่า ซึ่งเสื่อมสภาพเนื่องจากก่อสร้างมาเป็นระยะเวลานานกว่า 108 ปี และประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อราชการเนื่องจากสถานที่คับแคบ ทั้งนี้อาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังเก่า) เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดยนายช่างชาวอิตาเลี่ยน ก่อสร้างระหว่างปีพุทธศักราช 2550-2556 สมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเปิดศาลากลางจังหวัดภูก็ต คราวเสด็จประพาสภูเก็ต ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 22 เมษายน พุทธศักราช 2460 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังเก่า) เป็นโบราณสถานประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พุทธศักราช 2520

สำหรับอาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) ก่อสร้างในพื้นที่ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก แบบจัตุรมุข ขนาดความสูง 5 ชั้น เป็นอาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมชิโนยูโรเปี้ยน เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนกันยายน 2557 แล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2564 วงเงินงบประมาณก่อสร้าง รวมทั้งสิ้น 486 ล้านบาท

อาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) มีส่วนราชการปฏิบัติงาน จำนวน 20 หน่วยงาน โดยเริ่มเข้ามาปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่รวมประมาณ 384 คน สำหรับศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่ในที่ ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ 155 เนื้อที่ 54 – 1 -67 ไร่ แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เนื้อที่ 25 -1-40 ไร่ เป็นที่ตั้งของอาคารศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย อาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) อาคารหอประชุมและอาคารจอดรถ ส่วนที่ 2 เนื้อที่ 29-0-27 ไร่ ได้จัดสร้างเป็นสวนสาธารณะ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน โดยจังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้เทศบาลนครภูเก็ตดูแล บำรุงรักษา และบริหารจัดการสวนสาธารณะดังกล่าว

สำหรับบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต ยังมีส่วนราชการต่างๆ ประกอบด้วย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดภูเก็ต สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต และอีกหลายส่วนราชการ ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการติดต่อราชการมากยิ่งขึ้น

Related Post

ร่วมแสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.