ชาวบ้านป่าคลอกและบ้านพารา ยื่นหนังสือถึงผู้ว่า

ชาวบ้านป่าคลอกและบ้านพารา ยื่นหนังสือถึงผู้ว่า

ชาวบ้านป่าคลอกและบ้านพารา อ.ถลาง ภูเก็ต กว่า 100 คน เดินทางมายื่นหนังสือผู้ว่า
ชาวบ้านป่าคลอกและบ้านพารา อ.ถลาง ภูเก็ต กว่า 100 คน เดินทางมายื่นหนังสือขอให้ทบทวนการวางแนวปักเสาไฟฟ้าแรงสูง 500KV และ ขอให้ไปปรับปรุงแนวที่มีอยู่เดิม ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เนื่องจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหลายร้อยครัวเรือน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (15 พ.ค.58) ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ได้มีชาวบ้านป่าคลอกและบ้านพารา ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กว่า 100 คน นำโดย นายดลเลาะ ศรีเหมาะ ผู้ช่วยโต๊ะอิหม่ามมัสยิดบ้านพารา นายวิชัย ไกรเทพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านท่ามะพร้าว ม.10 ต.เทพกระษัตรี นายณัชชา อึ่งอำนวยพร ทนายความ นายสำราญ พานดำ อดีตผู้ใหญ่บ้านพารา เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน เรื่อง ขอให้ทบทวนการวางแนวปักเสาไฟฟ้าแรงสูง 500 KV และ ขอให้ไปปรับปรุงแนวที่มีอยู่เดิม ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เนื่องจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหลายร้อยครัวเรือน ถึง นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผ่าน นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต เป็นตัวแทนรับ โดยมี นายประพันธ์ ขันพระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ต เข้าร่วม

นายณัชชา อึ่งอำนวยพร ทนายความ กล่าวถึงการวางแนวปักเสาไฟฟ้าแรงสูง 500 KV ว่า ทางชาวบ้านป่าคลอก และบ้านพาราไม่ได้ต้องการถ่วงความเจริญของจังหวัดภูเก็ต แต่ทางชาวบ้านได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องการถูกรอนสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง เช่น ที่ทำมาหากินใต้แนวเสาไฟฟ้าแรงสูงกว้าง 60 เมตร ยาวตลอดแนวพาดผ่านแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย เอกสารสิทธิ์โดนรอนสิทธิ์ลง มูลค่าราคาที่ดินตกต่ำ ที่ดินข้างเคียงแม้นจะไม่โดนสายส่งพาดผ่าน แต่ก็ได้รับผลกระทบจากราคาที่ตกต่ำลงมาเช่นกัน เพราะไม่มีใครอยากไปอยู่ใกล้ๆสายส่งแรงสูง ต้องโค่นไม้ทำลายป่า ผลของสนามแม่เหล็กที่มีต่อสุขภาพร่างกายเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง และถูกไฟฟ้าช๊อต และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งค่าชดเชยได้ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร

สำหรับการขยายแนวแรงสูงใหม่สร้างความเดือดร้อนกับชาวบ้านเป็นวงกว้างหลายร้อยครัวเรือน และวิถีการใช้ชีวิตต้องเปลี่ยนไปจากเดิม อีกทั้งมีผลกระทบทางจิตใจ ป่าไม้และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ต้องถูกทำลายไป

นอกจากนี้ชาวบ้านต้องการให้ กฟผ.ควรที่ไปบริหารจัดการปรับปรุงและพัฒนาแนวแรงสูงเดิมทั้ง 2 แนวที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันให้รองรับการขยายตัวของจังหวดภูเก็ต เช่น การขยายเป็น 500 KV คูณ 2 ทั้ง 2 เส้นทางเดิม ก็จะทำให้ไฟฟ้าเหลือใช้ไปอีกหลายสิบปีอีกด้วย

โดยชาวบ้านได้ตั้งข้อสังเกตุว่า กฟผ.จะพูดเสมอว่า ทำไม่ได้ที่แนวแรงสูงเดิม ในขณะที่ข้อเท็จจริงทางหลักวิศวกรรม สามารถที่จะทำได้ จึงทำให้ชาวบ้านคิดว่า ทำไมกฟผ.จึงต้องการที่จะไปตั้งงบประมาณใหม่ขึ้นมาให้มันมากๆเข้าไว้ แถมยังเดินแนวเส้นทางอ้อมโลกมาทางเส้นทางป่าคลอกซึ่งไกลกว่าเส้นเดิมอีกเป็น10 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม ทางชาวบ้านได้รวมตัวกันไปแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับ กฟผ. ผู้ว่าฯกฟผ. และเจ้าหน้าที่กฟผ. ที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ของเอกชนโดยมิได้รับอนุญาต ตัดต้นไม้ (บุกรุกที่ดินเอกชนไปปักหมุด ทำให้เสียทรัพย์) ที่สถานีตำรวจภูธรถลาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับข้อเสนอแนะที่ของชาวบ้านเสนอมา นายณัชชา กล่าวว่า 1.เปลี่ยนไปใช้สาย High Temperature & Low Sag Cableแทนสายแรงสูงเดิม เพื่อขยายกำลังรับกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว 2.เพิ่มแนวแรงสูงใหม่คู่ขนานกับแนวเดิม โดยตั้งเสาใหม่คู่ขนานไปกับแนวเดิม (ถ้าจำเป็นจะต้องทำเส้นทางเบี่ยง bypass ชั่วคราวไปก่อน ในระหว่างการก่อสร้างแนวเสาใหม่) 3.ยกเลิกแนวแรงสูง 115 KV เดิม แล้วสร้างแนวใหม่ 500 KV (ทำเผื่อ 2 วงจรในอนาคต) ลงบนแนวแรงสูงบนที่ดินเดิม โดยการทำเส้นทางเบี่ยงbypassชั่วคราว ในระหว่างการก่อสร้างไปก่อน (ทางเบี่ยงbypass อาจจะใช้เสาคสล.แรงสูง 69 KV ที่อยู่ริมถนนเทพกระษัตรีในปัจจุบัน มาทำแทนก็ได้ หรือแนวทางอื่นๆก็ได้) 4.การตั้งสถานีไฟฟ้า 500 KV ที่หัวเกาะภูเก็ตก็สามารถทำได้ โดยทำการแปลงไฟ 500 KV ลงมาเป็น 230 KV และ 115KV แล้วก็ใช้แนวสายส่งแรงสูงเดิมจ่ายเข้ามาในเมืองโดยการปรับปรุงเพิ่มจำนวนวงจรและเพิ่มขนาดสายไฟแรงสูงเดิม เพื่อจะได้รองรับกระแสไฟได้มากยิ่งขึ้น 5.ทำระบบไฟฟ้าแรงสูงใต้ดิน โดยทำบนแนวที่ดินแรงสูงเดิม เอาสายส่งใส่ในท่อและใส่ลงในรางคสล.แล้วก็กลบฝังดิน ด้วยวิธีการนี้ราคาอาจจะแพงขึ้น แต่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว สามารถวางแผนแก้ปัญหาการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต และเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน รวมทั้งกระทบสิทธิ์ของชาวบ้านน้อยมาก ละมีความสวยงามสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกด้วย 6.ทำระบบไฟฟ้าแรงสูงใต้ทะเล โดยมุดลงทะเลที่ฝั่งจังหวัดพังงาแล้วมาขึ้นฝั่งที่ตำบลเกาะแก้ว จังหวัดภูเก็ต แล้วลงใต้ดินที่แนวสูงเดิมเข้าสถานีไฟฟ้าภูเก็ต 3 ที่เกาะแก้ว 7.แนวทางที่กฟผ.สามารถเสนอเองได้ โดยดารบริหารจัดการให้อยู่ในเขตแนวแรงสูงเดิม โดยไม่ไปสร้างแนวเวรคืนหรือรอนสิทธิ์บนที่ดินฝืนใหม่ จะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างแน่นอน

ภายหลังจากรับมอบหนังสือร้องเรียน นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จะเรื่องดังกล่าวไว้ โดยจะเชิญทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตมาชี้แจงและประชุม จากนั้นจะส่งเรื่องทั้งหมดไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรุงเทพมหานคร ให้มีการทบทวนเรื่องดังกล่าว เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ไม่เห็นด้วยกับการวางแนวปักเสาไฟฟ้าแรงสูง โดยเฉพาะการรอนสิทธิ์ของชาวบ้านในเรื่องที่ดิน บางคนมีที่ดินเล็กน้อยแต่ถูกการไฟฟ้ามารอนสิทธิ์อีก ทางจังหวัดภูเก็ตก็ยินดีจะรับเรื่องไว้และเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตต่อไป

[fbalbum url=https://www.facebook.com/media/set/?set=a.850264158381913.1073741970.136367659771570]

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.