ตามรอยย่าจันย่ามุกกับวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเคียน

ตามรอยย่าจันย่ามุกกับวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเคียน

วันนี้ได้ฤกษ์ไปเที่ยวสักที ฟ้าฝนก็เป็นใจหยุดตกให้ นัดเจอกันที่วัดพระนางสร้างหน้าโบสถ์เก่า พอชาวคณะพร้อมเพรียงก็มีการรำดาบต้อนรับ และสาเหตุที่นัดเจอกันที่ “วัดพระนางสร้าง” ก็เพราะว่าที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของทริปนี้ มาถึงก็มีรำดาบต้อนรับชาวคณะกันเลย ชมการรำดาบเสร็จ คุณป้า 2 คนซึ่งเป็นผู้นำทริปก็ผลัดกันมาเล่าเรื่องประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ “ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร” หรือ “ย่าจันย่ามุก” เล่าแบบได้อรรถรสตามประสาคนท้องที่

การรำดาบต้อนรับ
มาถึงก็ชมการรำดาบก่อนเลย

เรื่องมีอยู่ว่า ตอนช่วงเริ่มรัชสมัย ร.1 เมืองถลาง พระยาพิมลขันธ์ เจ้าเมืองป่วย และติดค้างค่าภาษีอากรที่ทางส่วนกลางให้เจ้าเมืองรับเหมาไปเก็บ ทางกรุงเทพฯ ได้ส่งพระยาธรรมไตรโลก ผู้สำเร็จราชการหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตก ลงไปเร่งรัดหนี้ เมื่อเจ้าเมืองถลางถึงแก่กรรมยังไม่มีเจ้าเมืองใหม่ จึงเร่งรัดเอาจากคุณจันผู้เป็นภรรยา และเมื่อคุณจันไม่มีจ่าย พระยาธรรมไตรโลกก็ควบคุมตัวไปกักขังไว้ที่เมืองตะกั่วทุ่ง บริเวณช่องปากพระ พอมีศึกพม่าเกิดขึ้นคุณจันจึงอาศัยช่วงชุลมุนหนีกลับไปเมืองถลาง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการกู้เมืองถลาง

ฟังวิทยากรเล่าเรื่องศึกถลาง
ฟังวิทยากรเล่าเรื่องศึกถลางแบบเจาะลึก

ด้านเมืองถลาง ชาวบ้านกำลังแตกตื่นเสียขวัญ เพราะรู้ว่าพม่าจะยกมาตี เตรียมหลบหนีเข้าป่า แต่เมื่อเห็นคุณจันกลับมา ก็ทำให้ทุกคนมีกำลังใจขึ้น และวัดพระนางสร้างแห่งนี้เอง ที่ย่าจันย่ามุกมากราบไหว้ขอพร รวบรวมไพร่พล และตั้งค่ายฝึกซ้อม นอกจากนี้โบสถ์เก่าของวัดยังเป็นโบสถ์มหาอุต ที่ใช้ทำพิธีก่อนออกศึกอีกด้วย

ฟังวิทยากรเล่าเรื่องตำนานวัดพระนางสร้าง
ภายในโบสถ์เก่าวัดถลางประนางสร้าง

สำหรับวัดพระนางสร้าง ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยด้านประวัติศาสตร์ เช่น เรื่องของพระในพุง พระพุทธรูปดีบุกที่เก่าแก่ 3 องค์ เรียกว่า “พระในพุง” หรือ “พระสามกษัตริย์” ศิลปะสมัยศรีวิชัย ซึ่งอยู่ในพระอุทรของพระพุทธรูปหล่อปูนองค์ใหญ่ 3 องค์ ในโบสถ์เก่าของวัดพระนางสร้าง

นอกจากนี้ยังมีตำนาน “พระปากแดง พระกินเด็ก” ซึ่งอาจเป็นกุศโลบายของผู้ใหญ่ เพื่อหลอกไม่ให้เด็กๆ วิ่งเล่นยามค่ำคืน แต่อันนี้ก็ไม่แน่ใจนักอาจจะจริงก็ได้ ใครจะไปรู้ ไปฟังคุณป้าเล่าเรื่องกันเลยค่ะ งานนี้เดอะโกสเรดิโอต้องมาแล้ว

สำหรับโบสถ์เก่าวัดพระนางสร้างด้านหลังมี “พระนอน” ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นคือ มีพระอุปัฐถากถึง 2 รูป คือ พระอุบาลี และ พระอานนท์ ซึ่งปกติโดยทั่วไปจะมีแค่รูปเดียว และอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับสายมูคือ การลูบท้องพระสังกัจจายน์ เค้าว่าได้ผลดีนักแล ร่ำรวยกันมานักต่อนักแล้ว

ด้านหลังมี “พระนอน” ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นคือ มีพระอุปัฐถากถึง 2 รูป คือ พระอุบาลี และ พระอานนท์
พระนอนด้านหลัง มีพระอุบาลีและพระอานนท์
การลูบท้องพระสังกัจจายน์ เค้าว่าได้ผลดีนักแลร่ำรวยกันมานักต่อนักแล้ว
ใครมาอย่าลืมมาลูบพุงขอพรกันนะ

ภายในบริเวณวัดมีโรงเรียน ชื่อว่าโรงเรียนถลางพระนางสร้าง ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งแรกของภูเก็ต ปัจจุบันมีโครงการที่จะปรับปรุงให้เป็นศูนย์บริการยาแผนโบราณ เพื่อระลึกถึงหลวงพ่อปอดอดีตเจ้าอาวาสผู้ที่เชี่ยวชาญตำรายาสมุนไพร ไว้เสร็จเมื่อไหร่จะมาอัพเดทกันอีกทีนะคะ

ภายในบริเวณวัดมีโรงเรียน ชื่อว่าโรงเรียนถลางพระนางสร้าง ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งแรกของภูเก็ต
โรงเรียนวัดพระนางสร้างโรงเรียนประชาบาลแห่งแรกบนเกาะภูเก็ต

ออกจากวัดพระนางสร้าง พวกเราก็นั่งรถสองแถวไปเยี่ยมชมที่อื่นกันต่อ ระหว่างทางได้กินน้ำฝรั่งต้นฉบับเป็นธุรกิจของชาวบ้านเคียน หวานชุ่มคอชื่นใจ กินมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้วยังมีขายอยู่แสดงว่าของเค้าดีจริง

น้ำฝรั่งสดต้นตำหรับบ้านเคียน
เปรี้ยวๆ หวานๆ วันร้อนๆ มันชื่นใจ ชื่นใจ

อันดับต่อไป คือ “นบนางดัก” เป็นเขื่อนที่ชาวถลางนำโดยท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร สร้างขึ้นตอนสงครามเก้าทัพเพื่อกั้นน้ำคลองบางใหญ่และผันน้ำไปทางอื่น เพื่อไม่ให้น้ำไหลตามคลองไปยังค่ายทหารของกองทัพพม่า ที่มาตั้งทัพอยู่ในทุ่งนาถลางบ้านเคียน เมื่อไม่มีน้ำไหลไปตามลำคลองเรือพม่าที่มีอยู่ก็ไม่สามารถขนเสบียงมาในค่ายได้ กดดันให้ทัพพม่าต้องเดินเท้าไปตามทุ่งนาที่มีน้ำท่วมขัง ตกเป็นเป้าหมายของการยิงปืนใหญ่แม่นางกลางเมืองและพระพิรุณสังหาร เป็นกลยุทธ์การรบอันชาญฉลาดใช้ปัญญาในการรบ ที่ทำให้กำลังพลเพียงน้อยนิดสามารถเอาชนะกองทัพที่ใหญ่กว่าได้

“นบนางดัก” เป็นเขื่อนที่ชาวถลางนำโดยท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร สร้างขึ้นตอนสงครามเก้าทัพเพื่อกั้นน้ำคลองบางใหญ่และผันน้ำไปทางอื่น
นบนางดักไม่ได้จอดรถถ่ายภาพ แต่ก็ดีได้มุมไม้ซ้ำใคร

สถานีต่อไปชาวคณะก็เดินทางไปยัง “บ้านย่าจัน – ย่ามุก” คุยกันไปมาก็พบว่าพวกเราชอบพูดว่าย่ามุกย่าจัน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วย่าจันเป็นพี่แต่ทำไม่เราติดเรียกย่ามุกขึ้นก่อน แล้วผู้อ่านเรียกย่าจันย่ามุก หรือ ย่ามุกย่าจัน

“บ้านย่าจัน - ย่ามุก”
ป้ายด้านหน้ามีบทความบรรยายลักษณะเดิมของบ้าน

“บ้านย่าจันย่ามุก” เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จำลองบ้านเดิมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ซึ่งก็คือบ้านเจ้าเมืองถลางจอมร้างบ้านเคียนบิดาของท่าน บ้านมีลักษณะเป็นเรือนไทยมีใต้ถุนสูง ที่ดินแห่งนี้ได้รับการบริจาคโดยลูกหลานของท่าน เพื่อให้เทศบาลสามารถสร้างพิพิธภัณฑ์เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และสืบสานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตำนานเมืองถลาง พิพิธภัณฑ์ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและเปิดให้เข้าชมได้ฟรี (บริจาคเงินได้แล้วแต่ศรัทธา) ภายในมีห้องที่จำลองขึ้นมา เช่น ห้องนอน ห้องครัว ที่สำคัญคือมีประติมากรรมรูปหล่อเรซิ่นของท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ในท่านั่งที่สง่างามน่าเกรงขาม ปล.ที่นี่มีมุมถ่ายรูปเยอะเลย

รูปหล่อเรซิ่นของท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร
ประติมากรรมรูปหล่อเรซิ่นของท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ในท่านั่งที่สง่างามน่าเกรงขาม

ที่สุดท้ายที่จะแวะก่อนที่จะไปทานข้าวเที่ยง คือ “ทุ่งหลวง” เป็นที่ตั้งของ “อนุสาวรีย์ 9 วีรชนถลาง” มีพื้นที่รวม 96 ไร่ เคยเรียกว่า ทุ่งถลางชนะศึกหรือโคกชนะพม่า ต่อมาเพื่อไม่ให้กระทบกับความสัมพันธ์กับประเทศพม่า เลยเรียกกันว่า “เป็นอนุสรณ์สถานเมืองถลาง” “ทุ่งหลวง” หรือ “นาหลวง” เพราะพื้นที่นี้เดิมเป็นทุ่งนาหลวง

“ทุ่งหลวง” เป็นที่ตั้งของมีพื้นที่รวม 96 ไร่ เคยเรียกว่า ทุ่งถลางชนะศึกหรือโคกชนะพม่า
ทุ่งหลวงหรือนาหลวง พื้นที่สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต

รูปปั้น 9 วีรชนเมืองถลาง ประกอบด้วย
– ท้าวเทพกระษัตรี (ย่าจัน) บุตรีจอมร้างเมืองถลางกับแม่หม้าเสี้ย (บุตรีเจ้าเมืองไทรบุรี)
– ท้าวศรีสุนทร (ย่ามุก) น้องสาวร่วมบิดามารดากับท้าวเทพกระษัตรี
– พระยาถลางทองพูน บุตรจอมเฒ่าบ้านดอน (พี่ชายจอมรั้งบ้านเคียน) ต้นสกุล ณ ถลาง
– พระยาถลางเทียน (เมืองภูเก็จ) น้องชายร่วมบิดามารดากับแม่ปราง หลังศึกถลาง 2328 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นพญาเพชรคีรีศรีพิชัยสงครามรามคำแหง ผู้สำเร็จราชการ 8 หัวเมือง ดูแลพระราชทรัพย์ในเมืองถลาง เมืองภูเก็จ เมืองกราภูงา เมืองตะกั่วทุ่ง เมืองคุระ เมืองคุรอด และเมืองกระ ต้นสกุล ประทีป ณ ถลาง
– เจ้าจอมมารดาทอง บุตรีย่าจัน กับพระยาพิมลขันธ์ พระมารดาพระองค์เจ้าหญิงอุบล ในรัชกาลที่ 1
– แม่ปราง บุตรีหัวปี ของย่าจันกับหม่อมภักดีภูธร (บุตรจอมนายกองเจ้าเมืองตะกั่วทุ่ง) พี่สาวของพระยาถลางเทียน(ภูเก็จ)
– พระยายกกระบัตรจุ้ย น้องชายแม่ปรางกับพระยาเทียน(เมืองภูเก็จ) และน้องชายร่วมบิดา มารดาของเจ้าจอมมารดาทอง เป็นพี่ชายของมหาดเล็กเนียม
– มหาดเล็กเนียม น้องชายแม่ปรางกับพระยาเทียน(เมืองภูเก็ต) น้องชายร่วมบิดามารดาของเจ้าคุณมารดาทองกับพระยกกระบัตรจุ้ย
– นายทองเพ็ง แม่ทับคลังแสง ผู้บัญชาการปืนใหญ่ “แม่นางกลางเมือง” ในยุทธวิธี “พระพิรุณสังหาร”

“อนุสรณ์สถาน 9 วีรชน” ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
รูปปั้น 9 วีรชนเมืองถลาง “อนุสรณ์สถาน 9 วีรชน”

นอกจากรูปปั้น 9 วีรชนแล้ว ยังมีปืนใหญ่สองกระบอก คือ “แม่นางกลางเมือง” และ “พระพิรุณสังหาร” โดยปืนใหญ่แม่นางกลางเมือง อยู่ที่ค่ายวัดพระนางสร้างซึ่งมีคุณหญิงจันและคุณมุกบัญชาการ ส่วนปืนใหญ่พระพิรุณสังหารตั้งอยู่ที่ค่ายทุ่งนางดักมีพระยาปลัด (ทองพูน) เป็นผู้บัญชาการค่าย

เมืองถลางยิงปืนใหญ่แม่นางกลางเมืองถูกต้นทองหลางหน้าค่ายพม่าหักลง กองทัพพม่าระส่ำระสายเสียขวัญ พร้อมทั้งโจมตีต่อด้วยพระพิรุณสังหารจนข้าศึกแตกทัพไปเมื่อวันจันทร์ เดือน 4 แรม 14 ค่ำ ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1147 ตรงกับวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2328 ซึ่งถือเป็น “วันถลางชนะศึก” มีการจัดงานประจำทุกปี ไม่ว่าการแสดงแสงสีเสียง หรืองานออกร้านขายของเป็นที่สนุกสนานน่าไปเที่ยวมาก

ดื่มน้ำและอาหาร welcome-drink
เซล้อง โอเลี้ยง โกปี้ แล้วแต่เลือก กินกับหนมห่อ บะจ่าง เอามาจากหลาดบ้านเคียนทั้งนั้น หรอยหนักแรง (พี่ๆ แต่งกายย้อนยุคให้เข้าบรรยากาศ)

และแล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย ณ ศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดล (นาป่าตาล) กับมื้อเที่ยงแบบชาวเมืองถลาง วันนี้ขอเสนอเมนู “การทำอาหารยามสงคราม” (ตามทริปเค้าว่างั้น) อาหารประกอบด้วย น้ำชุบเยาะใส่ปลาฉิ้งฉ้าง ยำผักหลายชนิดกินแล้วดีต่อระบบย่อย และข้าวหลามที่ไม่ใช่เหนียวหลาม

เครื่องปรุงน้ำชุบเยาะ
ใส่ทุกอย่างลงไปแล้วเยาะเลย สัดส่วนเอาตามที่ชอบ (สะตอเอาไว้เก็ดไม่ต้องเยาะ หอมกระเทียมปลอกเปลือกก่อนเน้อ)
น้ำชุบเยาะพร้อมผักเหนาะ
เสร็จแล้วก็จะได้แบบนี้ กินผักฉ๋ำๆ ได้แคลเซียมจากปลาฉิ้งฉ้างด้วย

ที่ว่าเป็นมื้ออาหารยามสงครามก็คือเป็นอาหารง่ายๆ หาวัตถุดิบได้ทั่วไป ทางวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านเคียนก็จัดแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 3 เมนู แล้วสอนการทำอาหารให้ตามโต๊ะ เยาะน้ำชุบ คั่วพร้าว โป้กป้ากโช้งเช้งกันไป เมนูยำผักนั้น เค้าบอกว่าใครทำไปถวายพระจะได้บุญใหญ่ ขั้นตอนการเตรียมมันค่อนข้างยุ่งยากนิดนึง คนโบราณนี่ก็เก่งเนอะ ยากขนาดนี้ยังทำกินกันตอนสงครามได้ มันต้องระดมพลในการทำเลยแหละ เก็บผัก ล้างผัก หั่นผัก คั่วถั่ว คั่วมะพร้าว ซอยมะม่วง ฯลฯ

ยำผักวัตถุดิบเยอะมาก
เค้าบอกว่าใครทำยำนี้ไปถวายพระจะได้บุญเยอะ ดูวัตถุดิบที่ใช้ก่อนมันเยอะมาก

ส่วนเมนูข้าวหลาม (ข้าวหุงในกระบอกไม้ไผ่) วันนี้ไม่ได้ทำเพราะเมื่อวานฝนตกหนัก ทางวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเคียน กลัวว่าวันนี้จะฝนตกก่อไฟไม่ได้ เลยเผามาให้เรียบร้อย (แต่วันนี้โชคดีฟ้าใสมากแดดเปรี้ยงเลย) ข้าวห่อใบตองและหมกในกระบอกไม้ไผ่อีกที เอาไปย่าง หอมใบตองและไม้ไผ่ รสสัมผัสหนึบๆ คล้ายๆ ข้าวเหนียว แต่ไม่ได้เหนียวหนุบเหมือนข้าวเหนียว ได้บรรยากาศเข้าค่ายกินข้าวกันจริงๆ

ข้าวห่อใบตองและหมกในกระบอกไม้ไผ่อีกที
วันนี้กินข้าวหมกในกระบอกไม้ไผ่จ้า

นอกจากนี้เจ้าภาพยังจัดหนักจัดเต็ม ด้วยแกงหมูเห็ดเหม็ดใส่สับปะรด รสชาติถึงใจ และเค้าว่ากันว่า เห็ดเหม็ดเป็นเห็ดที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ มีโปรตีนและไฟเบอร์ค่อนข้างสูง เป็นเห็ดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก โอเคกินได้ไม่อ้วน ปิดท้ายด้วยผลไม้สดๆ จากสวนแถวบ้านเคียน กินกันให้พุงแตกกันไปข้างนึงเลย

แกงเห็ดเหม็ด
อันนี้พี่ๆ เค้าแถม แกงเห็ดเหม็ดใส่หมูใส่ยานัด
มะละกอ ชมพู่ ฝรั่ง มะม่วง
ผลไม้ถาดนี้เป็นของข้า ของรักของข้า

อิ่มหนำสำราญแล้วก็กลับบ้านกัน แยกย้ายบ้านใครบ้านมัน หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ขอบคุณคุณป้าท้้ง 2 และพี่ๆ ทุกคนมากเลยที่เสียสละเวลามานำเที่ยวและทำอาหารให้ทานกัน วันนี้สนุกและได้สาระมากมาย ใครสนใจอยากไปเที่ยวบ้างติดต่อไปได้เลยที่ “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเคียน”

2 ผู้นำทริป
2 ผู้นำทริป สดใส ใจดี ข้อมูลแน่นเพราะเป็นคนแถวนี้

Related Post

โปรฯ ท้าฝน “อะคิมิซึ เทนด้ง” เจ้าของรางวัลเหรียญทอง 8 สมัย

โปรฯ ท้าฝน “อะคิมิซึ เทนด้ง” เจ้าของรางวัลเหรียญทอง 8 สมัย

ร้านอาหารญี่ปุ่น เจ้าของรางวัลเหรียญทองแชมป์เทนด้ง 8 สมัยซ้อนจากประเทศญี่ปุ่น การันตีความอร่อยด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดกันมามากกว่า 135 ปี

ร่วมแสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.