สนง.บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยว

สนง.บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยว

นายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 เปิดเผยว่า ในปัจจุบันอุณหภูมิน้ำทะเลฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ จากการสำรวจพบว่าปะกรังฟอกขาวใน 7 พื้นที่ ได้แก่ 1) เกาะมันใน จ.ระยอง 2) เกาะทะลุ 3) เกาะเหลื่อม จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4) เกาะไข่ จ.ชุมพร 5) เกาะราชาใหญ่ 6) แหลมพันวา 7) เกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต โดยสถานการณ์ปะการังที่ฟอกขาวจะมีแนวโน้มจะตายลงในเวลา 1 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิด พันธุกรรมของปะการัง สภาพแวดล้อม และการรบกวนจากมนุษย์ เช่นการทิ้งสะมอเรือ การทิ้งขยะในทะเล การให้อาหารปลา การเยียบย่ำปะการัง เป็นต้น ซึ่งตามหลักทางวิชาการในช่วงที่วิกฤตของปะการังนี้ กิจกรรมเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อปะการัง ซึ่งหากปะการังตายลงจะส่งผลต่อความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในทะเลไทย วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง การท่องเที่ยวทางทะเล

ดังนั้น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึง ออกคำสั่ง ที่ 445/2559 เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการัง บริเวณ 7 พื้นที่ เพื่อคุ้มครองปะการังพื้นที่ทะเลไทย 7 แห่ง ดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้ ห้ามจอดเรือโดยการทิ้งสมอเรือบริเวณแนวปะการัง, ห้ามทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ำเสีย มลพิษ ลงในทะเล ที่อาจมีผลกระทบต่อคูณภาพน้ำทะเลอันจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อปะการัง, ห้ามขุดลอกร่องน้ำในแนวปะการัง, ห้ามค้นหา ล่อ จับ ได้มา เก็บสัตว์น้ำ หรือกระทำการใดๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อล่อ จับ ได้มา หรือเก็บสัตว์น้ำในแนวปะการัง,ห้ามการให้อาหารปลาและน้ำในแนวปะการัง,ห้ามการเดินเหยียบย่ำปะการัง,ห้ามการเก็บหรือทำลายปะการัง ,ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำลึก ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและทักคุเทศก์ และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและหลักการเรียนการสอนดำน้ำสากล

นายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต มีพื้นที่เพื่อคุ้มครองปะการังพื้นที่ทะเลไทย จำนวน 3 แห่ง คือ เกาะราชาใหญ่ , แหลมพันวา และ เกาะไม้ท่อน ทั้งนี้ สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ได้สนองนโยบายดังกล่าว โดยลงพื้นที่ทำความเข้าใจ ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำลึก ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำตื้น และผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก เพื่อขอความร่วมมือช่วยประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว ที่จะต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง นอกจากนี้ได้จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ แจ้งรายละเอียด ข้อปฏิบัติ ตามมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการัง บริเวณ 7 พื้นที่ เพื่อคุ้มครองปะการังพื้นที่ทะเลไทย 7 แห่ง ไปติดตั้งในสถานที่ท่องเที่ยว ทั้ง 3แห่งของจังหวัดภูเก็ต คือ ที่ เกาะราชาใหญ่ , แหลมพันวา และ เกาะไม้ท่อน เพื่อให้นักท่องเที่ยว ได้เข้าใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามตามคำสั่งที่ 445/2559 เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการัง บริเวณ 7 พื้นที่ นี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดทั้งหมด คำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 445/2559 เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการัง บริเวณ 7 พื้นที่

Related Post

ร่วมแสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.