ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวห่วงผลกระทบการชุมนุม

ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ประเมินแนวโน้มท่องเที่ยวปลายปีมีทิศทางสดใส โดยแนะรัฐเร่งสร้างความเข้าใจต่อต่างชาติในเรื่องไข้หวัด 2009 และความคุ้มค่าการมาเที่ยวในไทย ส่วนเรื่องความไม่สงบทางการเมืองเห็นด้วยกับการใช้ พรบ.ความมั่นคง เพื่อควบคุมไม่ให้เหตุชุมนุมคนเสื้อแดง ไม่ให้บานปลาย

นายวิจิตร ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวที่จังหวัดภูเก็ต ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย ว่า มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากปัจจัยลบต่างๆ เริ่มซาลง โดยตั้งแต่มีการจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ภูเก็ต ช่วยภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในสายตาต่างชาติให้เกิดความเชื่อมั่น และ ผู้คนไม่ได้วิตกถึงปัญหาการว่างงาน จึงได้หันมาเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น แม้ว่ายังอ่อนในเรื่องของราคาและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไม่เท่ากับปี 2550 ก็ตาม แต่ก็เชื่อว่า กำลังมีทิศทางที่ดี และถ้าหากไม่มีเงื่อนไขลบมาสร้างปัญหา ภพารวมก็จะเท่ากับเมื่อปี 2550

ส่วน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของรัฐบาล นายวิจิตร กล่าวว่า ในเรื่องการท่องเที่ยวทำได้ดีในระดับหนึ่ง แม้ว่าจะติดขัดในด้านกลไก ซึ่งจะต้องเร่งทำต่อเนื่อง นอกจากนี้ ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ต่างประเทศมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ในเรื่องของมาตาการป้องกันไข้หวัด 2009  และความคุ้มค่าของการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ว่าคุ้มค่ามากกว่าแหล่งท่องเที่ยวในประเทศคู่แข่ง

นอกจากนี้นายวิจิตร ยังให้ความเห็นถึง ความเห็นที่แตกต่างกันในอุดมการณ์ทางการเมืองของคนไทย และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ว่า ความเห็นที่แตกต่างกันไม่ได้มีปัญหา แต่ถ้าสร้างความวุ่นวายและนำไปสู่ความรุนแรงก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่ในสถานการณ์ที่เป็นจริงในปัจจุบันไม่ได้เป็นเช่นนั้น  ดังนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุด ส่วน การประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง ในการดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง นั้น น่าจะเป็นไปในทิศทางบวกมากกว่า เพราะถ้าปล่อยให้เหตุบานปลายโดยไม่ควบคุม อาจจะส่งผลกระทบในภายหลัง และการประกาศ ใช้ พรบ.ความมั่นคง จะทำให้มีหลักประกันด้านความสงบเรียบร้อยมากขึ้น และรัฐบาลต้องสื่อสารเรื่องนี้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้มีความมั่นใจ

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.