ราชภัฏภูเก็ตจัดโครงการระดมพลคนของพระราชา

ราชภัฏภูเก็ตจัดโครงการระดมพลคนของพระราชา

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ห้องประชุมขุนเลิศโภคารักษ์ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการระดมพลคนของพระราชาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน กิจกรรมบรรยายพิเศษหัวข้อปรับตัว ก่อนถูกทำลายล้างในโลกยุค Disruptive โดยมี ดร วีรวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผศ.ดรหิรัญประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ดร.ดวงรัตน์ โกยกิจเจริญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนักศึกษา เข้าร่วม


ดร.ดวงรัตน์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศอย่างหามิได้ ที่ทรงพระราชทานนามสถาบันราชภัฏเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญตราพระราชลัญจกร ส่วนพระองค์เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฎและทรงพระปรมาภิไธย พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ. ศ. 2547 โดยประกาศในราช กิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนพ. ศ. 2547 ส่งผลให้สถาบันราชภัฏ ได้รับการยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตได้น้อมนำแนวพระราชดำริสืบสานพระราชปณิธาน การ เป็นสถาบันอุดม ศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการพัฒนาชุมชน สังคมและประเทศชาติสนองพระราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ด้วยการดำเนินโครงการบูรณาการพันธกิจสัมพันธ์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนในท้องถิ่นโดยในระยะที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตได้ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานและองค์กรภาคีในการแก้ไขปัญหาความยากจนโดยมุ่งเน้นครอบครัวของเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ที่รับผิดชอบคือจังหวัดภูเก็ต พังงาและกระบี่จำนวน 5 รุ่น 300 ครอบครัว เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรการพัฒนา

กสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์การเรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติทุ่งสงจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเครือข่ายมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดำรงอยู่อย่างพอเพียงและอยู่รอดได้ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ผันผวน สามารถทำได้ ทำเป็นหลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรม พบว่าผู้เข้าอบรมมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ รวมถึงการดำรงชีวิตแบบพึ่งตนเอง อันนำไปสู่การใช้ชีวิตแบบพอเพียงได้จริง อาทิ การปลูกพืชผักปลอดสารพิษการห่มดินการทำปุ๋ยชีวภาพการทำน้ำหมักจุลินทรีย์และการทำบัญชีครัวเรือน เป็นต้น ในโอกาสวันราชภัฏ 2562 มหาวิทยาลัยได้เรียนเชิญ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายกสิกรรม ธรรมชาติและคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มาบรรยายให้ความรู้ พร้อมให้คำแนะนำในการเตรียมการจัดตั้งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติอันดามันเพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้ศาสตร์ พระราชา ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต พังงาและกระบี่ในงานระดมพลคนของพระราชาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2562 ณ พื้นที่จัดตั้งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติอันดามันมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อม รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานนาม”ราชภัฎ” ให้แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 เพื่อปรับเปลี่ยนความเข้าใจทัศนคติรวมถึงการดำรงชีวิตแบบพึ่งตนเองและผู้เข้า อบรม อันนำไปสู่การใช้ชีวิตแบบพอเพียงได้จริงรวมทั้งมีการสร้างรายได้ครัวเรือนและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นและพัฒนาความรู้ทักษะความเข้าใจในการทำกสิกรรมธรรมชาติและพัฒนาอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีกลุ่มเป้าหมายได้แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมเชิงพัฒนาการ 5 วัน 4 คืน 5 รุ่นในหลักสูตรการพัฒนากสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกระบี่ พังงาและภูเก็ต นักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยข้าราชการและพนักงานของรัฐและเอกชนตลอดจนประชาชนผู้สนใจในการนำศาสตร์พระราชาไปใช้ในการดำเนินชีวิตรวมจำนวนทั้งสิ้น 3,500 คน

นาย ธัญญวัฒน์ กล่าวว่า นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้และเป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏในการน้อมนำแนวพระราชดำริสืบสานพระราชปณิธาน ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและสนองพระราโชบาย ด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยการจัด โครงการบูรณาการพันธกิจสัมพันธ์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนในท้องถิ่นมีการฝึกฝนอบรมหลักสูตรการพัฒนากสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในสังคมให้ดำรงอยู่อย่างพอเพียงหลังจากการอบรมผู้ผ่านการอบรมได้มีการพัฒนาความรู้ความเข้าใจมี ทัศนคติ รวมถึงสามารถดำรงชีวิตแบบพึ่งตนเองอันนำไปสู่การใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งโอกาสนี้ ขอเชิญชวนให้ท่านทั้งหลายได้ น้อมนำแนวพระราชดำริต่างๆมาเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ ในโอกาสต่อไป

Related Post

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: